journeys

กลับมาอัพหลังจากหายไปนานพอสมควร (หลัง ๆ ดองบ่อยแฮะ)  พอดีเพิ่งกลับมาจากงาน Graduation ครับ สำหรับคนที่ไม่เคยได้ยิน Graduation ก็คืองานที่เค้าให้เกียรติบัตรคนจบ (มอหก) นั่นเองครับ ซึ่งภาษาไทยเค้าเรียกยังไงง่ะ อยู่ที่นีนานจนเริ่มลืมภาษาไทยซะแล้วแฮะ

Graduation ครั้งนี้เป็นของโรงเรียนที่ผมอยู่ครับ สองอาทิตย์ที่แล้วไปงาน Graduation ที่ Community School มา (ต่างกับ High School ที่เป็นโรงเรียนเอกชน ซึ่งเน้นเรื่องเตรียมตัวเข้ามหาลัย คล้าย ๆ พวกสาธิต หรือเตรียมอุดมบ้านเราละมั้งครับ) โรงเรียนนั้นมีคนจบทั้งหมด 8-9 คน (ไม่แน่ใจ ราว ๆ นี้แหละครับ) และมีผู้หญิงคนนึงที่จบ อายุ 16 เองอะ =[]@! เข้ามอปลายตอนอายุ 12 ปี ไม่รู้ว่าเค้าทำได้ยังไงนิ... -______+

เนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองเล็กครับ เด็กมอปลายส่วนใหญ่จะอยู่ใน High School และมีไม่เยอะที่อยู่ใน Community School (ประมาณร้อยคนได้) ส่วนโรงเรียนผม Journeys School ก็มีแค่ราว 26 คนทั้งมอปลายครับ และปีนี้มีคนจบจากโรงเรียนผมทั้งหมด 6 คน - -~ (ไม่ใช่ว่ามีมอหกคนอื่นไม่ผ่านนะ แต่ทั้งชั้นมีแค่นั้น...) ซึ่งต่่างกับ High School ลิบ ทางนั้นมีอย่างน้อยก็ 50+ คนน่ะครับ

สิ่งที่ชอบของที่นี่ตอนมี Graduation คือ หนังสือพิมพ์ Local เค้าจะทำส่วนพิเศษที่รวบรวมรูป / ชื่อ / ประโยคสั้น ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่จะทำในอนาคต ของนักเรียนที่จะจบจากทุกโรงเรียนในเมือง Jackson นี้ครับ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่เจ๋งมาก ประเทศไทยคงไม่มีอะไรแบบนี้ เหอะ ๆ~

กลับเข้าเรื่อง Graduation ที่ผมเพิ่งไปมาวันนี้ โรงเรียนผมมีเด็กตั้งแต่ Pre-K (Pre Kindergarten คล้าย ๆ อนุบาลละมั้งครับ) ถึงเกรด 12 (มอหก) ในงาน Graduation ช่วงแรกก็จะมีแสดงความยินดีกับเด็กที่จบเกรด 5 (ปอห้า) กับเกรด 8 (มอสอง) เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนในการศึกษาอเมริกาครับ เกรด 6 - 8 (ปอหกถึงมอสอง) จะเป็น Middle School (มอต้น) และเกรด 9 - 12 (มอสามถึงมอหก) ก็จะเป็น High School (มอปลาย~ อันนี้ไม่ต้องแปลก็ได้มั้ง - -+) ซึ่งนักเรียนในเกรดห้ากับเกรดแปดก็เยอะกว่า Senior (มอหก) นิดหน่อย แต่ก็ยังถือว่าน้อยนั่นแหละครับ คือ 12 กับ 13 คน

พอแสดงความยินดีกับเด็กที่จบเกรด 5 กับ 8 เสร็จ (ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที - -+ เพราะงานนี้มอหกเป็นคนสำคัญ เหอะๆ) ก็มีแจกรางวัล Book Award สำหรับเกรด 11 ครับ ซึ่งเกรด 11 ปีนี้มีทั้งสิ้น 5 คน รวมนักเรียนแลกเปลี่ยนอีก 2 คน (ผม กับอีกคนมาจากนอร์เวย์) แล้วนะ แปลว่าปีนี้มอหกที่จบจะมีแค่ 3 คนนั่นเอง - -" นักเรียนแลกเปลี่ยนกลับบ้านเกิดหมดแล้วนิ

Book Award เค้าจะแจกให้แต่ละคนตามความสามารถพิเศษครับ ซึ่งเนื่องจากผมได้รับการโหวตเป็น Most Artistic (หรือ อาร์ทแตกประจำปี) เลยได้หนังสือเกี่ยวกับอาร์ตมา - -~ เป็นหนังสือที่รวบรวมงาน 50 งานตั้งแต่ยุคเก่าโคตร ๆ จนถึงยุคเกือบใหม่ครับ พิมพ์สีสวยงาม ปกในเค้ามีเขียนคล้าย ๆ เกียรติบัตรด้วย ครับ แต่ดันเขียนชื่อผมผิด =[]@! (อีกแว้ว....) คือว่าชื่อผมโดนเขียนผิดบ่อยมากมาย ขนาดประกาศนียบัตร PAX (โปรแกรมนักเรียกแลกเปลี่ยน) ยังเขียนชื่อผิด ผมเลยต้องเมลไปให้เค้าออกใบใหม่มาให้.. -0-"

หลังจากนั้นก็เป็นคิวของนักเรียนมอหกจริง ๆ ซะที อาจารย์ก็มาพูดเกี่ยวกับโปรแกรม Capstone ซึ่งเป็นชื่อที่เค้าใช้เรียกสำหรับนักเรียนมอหกที่นี่ เป็นโปรแกรมที่จะพัฒนาศักยภาพนักเรียนจนเกินขีดสุด (เว่อร์...) พูดง่าย ๆ คือ เรียนหนักขึ้น นั่นเอง - -~

จากนั้นก็มีอาจารย์อีกคนคอมเม้นท์นักเรียนที่จบมอหกแต่ละคน (ที่ Community School ก็ทำน้อ) ซึ่งเรียกเสียงฮาเป็นระยะ จากนั้นก็เป็นคิวของนักเรียนมอหกแต่ละคนขึ้นมาพูดครับ บางคนพูดได้ซึ้งใจมากมาย

หลังจากนั้นก็จะเป็นการแจกประกาศนียบัตรครับ เด็กมอหกดีใจออกหน้าออกตา ประมาณว่า "ตรูจบแล้วโว้ย!" แสดงออกมาในสีหน้า แล้วก็เป็นอันจบพิธีครับ แยกย้ายกันไปคุย กินอาหาร (ซึ่งเค้าให้นักเรียนแต่ละคนเอาอาหารมาแชร์ หรือที่เรียกว่า Potluck แต่ผมดันลืมเอามา - -+) ก็ไปแสดงความยินดีกับมอหก และยังได้ทักทาย ขอบคุณหลาย ๆ คนที่ช่วยผมมาตลอดปีนี้ครับ~^^

Graduation ของมอหกก็ถือเป็น Graduation ของนักเรียนแลกเปลี่ยนด้วยล่ะครับ~ เพราะปีหน้าก็จะไม่อยู่เหมือนกัน...

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนจบครับ :)

โอ้ ไม่ได้อัพบลอคมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย หวังว่าจะยังมีคนอ่านอยู่นะ =_________=~

มีเรื่องอยากแพล่มมากมาย แต่ไม่รู้จะเริ่มจากอะไรก่อนดี เอนทรีนี้เรื่องราวปนกันมั่วอย่าว่ากันน้อ โฮะๆ

เริ่มจาก.... เืรื่อง Sled Party ละกัน ก่อนอื่นอธิบาย Sled ก่อน เพราะคิดว่าหลายคนอาจไม่รู้จัก >_<"

http://www.greatoutdoorprovision.com/graphics/living/sled_kid.jpg

มันคือการนั่งบนสิ่งที่เค้าเรียกว่า Sled = =~ ซึ่งมีหลายรูปแบบให้เลือก นั่งแล้วสไลด์ลงมาจากเนิน ยิ่งถ้าทำทางให้เป็นเนินชันสำหรับโดดยิงมันส์  หรือจะสไลด์ลงไปตามทางก็ได้ หรือถ้าชอบแบบ Extreme ก็สไลด์ลงมาจากเนินเขาชัน ๆ ที่คลุมด้วยหิมะ ขอบอกว่าสุดยอดมาก =w=b แต่ต้องอย่าลืมใส่ Goggle นะ = =" (ไม่งั้นจะเป็นแบบผม หิมะเข้าตามองไม่เห็นเลย =[]@!) 

แล้ว Sled Party คืออะไร? มันก็คือปาร์ตี้หนึ่งที่จัดใกล้ ๆ เมืองที่ผมอยู่ จัดในหมู่บ้านเล็ก ๆ คนที่ไปส่วนใหญ่ก็เป็นคนในหมู่บ้านนั้นแหละ แต่เผอิญว่าโฮสต์ผมมีเพื่อนอยู่ในหมู่บ้านนั้น เลยได้ไปกับเค้าด้วย หมู่บ้านอยู่ในจุดที่หิมะลงสะใจมากครับ เยอะกว่าในเมืองเยอะ ซึ่งในเมืองนี้ถ้าใครได้อยู่บ้านใหญ่ ๆ + Location ดี ๆ (บนภูเขา) แบบบ้านในหมู่บ้านนี้ ต้องรวยพอสมควรเลย  (อาจเป็นเศรษฐีได้เลยล่ะ ถ้าเทียบเป็นเงินไทย =________=") หรือไม่ก็เป็นสมบัติตกทอดมาจากพ่อแม่อะไรประมาณนั้น

กลับเข้าเรื่อง Sled Party~ อย่างที่บอกว่าหมู่บ้านนั้นออกแนวอยู่บนเขา มีทางตัดไปตัดมาขึ้นเขา และบ้านก็อยู่ตามระหว่างทางนั้น เพราะั้งั้นพอขึ้นไปถึงยอดเขา (ไม่ใช่ยอดหรอกจริง ๆ แล้ว แต่ไม่มีถนนตัดขึ้นไปแล้วอะ) ก็สามารถ Sled ลงมาได้ครับ >_<b จะ Sled ไปตามถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะก็ได้ หรือจะไปข้าง ๆ ที่เป็นทางชันลงเขาก็ได้ (ชันจริง ๆ นะ เกือบ 90 องศา หึหึ) ซึ่งระหว่างสามารถเข้าไปพักฟื้น หาของกิน ในบ้านคนที่จัด Sled Party นี้ขึ้นมาได้ แต่ผมไม่เข้าอะ กำลังสนุกอยู่ >___<"

ตอนแรกก็ Sled ลงตามถนนก่อนครับ บางจุดมันเรียบไป ต้องลาก Sled เดินเอา = =" เพราะงั้นจุดสำคัญคือต้องอย่าปล่อยให้สปีดตก คนในหมู่บ้านนั้นค่อนข้างเชี่ยวครับ อ้อ! เพิ่มเติมว่าคนในหมู่บ้านที่พูดถึงนี่มีตั้งแต่เด็ก ๆ จนถึงผู้ใหญ่หน่อย ๆ เลยน้อ =w= (ประมาณ 50-60 ยัง Sled เล้ย = =~) คนในหมู่บ้านเค้าสอนทริคให้ครับ แบบว่าต้องใช้มือปาดหิมะข้าง ๆ เพื่อเลี้ยว + เพิ่มความเร็วอะไรพวกนั้น =[]@!

ไปตามถนนได้สักรอบสองรอบ โฮสต์ที่ Sled ด้วยกันก็ตัดสินใจเข้าไปพักในบ้านครับ (โฮสต์ไม่มี Ski Pants ใส่ยีนส์มา ถ้า Sled มากไปยีนส์เน่าครับ = =" มันไม่ทนกับพวกหิมะ น้ำ) ผมก็เลยออก Sled คนเดียว คราวนี้เห็นคนส่วนใหญ่เค้าไปลองสไลด์ทาังชันกันครับ + เห็นเด็กสไลด์อยู่ด้วย เลยไปลองมั่ง *O* ถ้าเด็กสไลด์ลงทางนั้นได้ ไอเราก็ไม่น่าจะตายนิ <= คิดแบบนั้นแล = =~

ทางที่สไลด์ลงนี่หิมะหนาประมาณเกือบครึ่งเข่าได้ครับ ตอนแรกจะยังไม่ชันมาก แต่พอไปถึงครึ่งทางแล้วจะเจอจุดที่ชันสุด ๆ ครับ ยาวด้วย ลงไปเจอถนนเดียวกับที่คนอื่น Sled ลงมาทางถนน~ แต่ถึงชันมันก็ยังดูน่ากลัวน้อยกว่าเขาชัน ๆ ธรรมดาเยอะ เพราะหิมะหนา ๆ แบบนี้กระแทกไปก็ไม่เจ็บ =w=b

ถามว่าเสียวมั้ย... สุด ๆ =________=" มันไม่ใช่แค่หิมะอย่างเดียวด้วย มีกิ่งไม้เล็ก ๆ ระหว่างทาง แต่ไง ๆ ก็ต้องลงไปอยู่ีดี เลยลงไปในที่สุด =3=~ แล้วก็.... อ๊ากกกกกกกก หิมะเข้าตา ยิ่งสไลด์ลงไปมากเท่าไรยิ่งเข้าตามามากเท่านั้น มองทางไม่เห็นแต่ก็ยังกระแดะพยายามมองครับ เสียวหัวกระแทกถนนดับ เหอ ๆ แต่มันมองไม่เห็นอะ เลย Faceshot หิมะเข้าไปเต็ม ๆ (มันคือการที่หน้าทิ่มหิมะอย่างสมบูรณ์แบบนั่นเอง =_=") เพราะงั้นอย่างที่บอกไว้ตอนแรก ใครจะไป Sled ในที่แปลก ๆ ให้เตรียม Goggle ไปด้วยน้อ =w=b

ตอนลงมาถึงนี่หน้าเต็มไปด้วยหิมะครับ หนาวมาก ToT แต่สนุกอะ >///< ก็เลยลงไปทางนั้นอีกรอบสองรอบ ครั้งต่อไปนี่ตอนลงเนินชันแล้วหลับตาเลยครับ ไง ๆ ก็มองไม่เห็น (กร๊าก) แล้วก็... Faceshot อะเกน =________="

ได้เจอเด็กคนนึงด้วยครับ ชื่อ Cole เจ็ดขวบ~ เค้าพาไป Sled อีกทางนึงครับ มันจะเป็นเนินใกล้กับบ้านคนจัด Sled Party ซึ่งตอนแรกผมเห็นผู้ใหญ่คนนึงสไลด์ลงไปแต่ไม่กล้าทำตาม =3=" มันน่ากลัวอ่า  คราวนี้เด็กเจ็ดขวบชวน อาร๊ายยยยย =[]@! เด็กยังทำได้ (อีกแล้ว) เรอะ เลยลงไปมั่ง *O* พบว่ามันไม่ยากอย่างที่คิดครับ แค่ต้องระวังพุ่มไม้หน่อย ไอเนินชัน ๆ อันก่อนหิมะเต็มหน้ามากกว่าเยอะ =w=b

จบเรื่อง Sled Party = =" เรื่องเดียวแพล่มยาวจัง ต่อด้วยเรื่องสโนว์บอร์ดละกัน เข้ากับหน้าหนาวดี~

ปกติผมจะสโนว์บอร์ดกับโรงเรียนครับ เป็นสกีโปรแกรมทุกวันจันทร์ นักเรียนเลือกได้ว่าจะเรียนอะไร (จ่ายตังค์น้อ =w=") ผมก็ลงสโนว์บอร์ดครับ ครูดี + สถานที่ดี (Teton Village) เลยได้อะไรค่อนข้างเยอะ แต่สกีโปรแกรมเพิ่งหมดไปจันทร์ที่แล้วครับ วันนี้โฮสต์เลยพาไปเรียนที่สกีรีสอร์ทใกล้บ้าน Snow King

จากที่สอบถามเพื่อนมา ในหมู่สกีรีสอร์ทแถว ๆ เมืองนี้ (Snow King, Teton Village, Targhee) ของ Snow King ห่วยสุด =[]@! (แต่ก็ถูกสุดด้วย) มันใกล้บ้านนี่นา =_______=" เอาเต๊อะ

พอไปถึงสกี สกูล หรือสถานที่เรียนสกี ก็พบว่าที่ทำการนี่เป็นแค่ตึกเล็ก ๆ เล็กจริง ๆ ครับ ประมาณ... ห้องพักตามอพาร์ทเม้นท์ถูก ๆ ห้องนึงได้ = =" มีพนักงานอยู่คนสองคน แต่ถึงจะเล็กก็ไม่ใช่ปัญหาครับ ภูเขาข้างหลังสำหรับสโนว์บอร์ดมันใหญ่ =w="

สำหรับผู้เริ่มต้น เค้าจะฝึกที่ที่เรียกว่า rope tow ครับ มันจะเป็นเนินที่ขึ้นไปได้โดยการจับตรงเชือก แล้วเชือกจะลากเราขึ้นไป เพื่อให้เห็นภาพก็เอารูปไปดู~

http://www.machovec.com/rope/images/skirope.jpeg

จะคล้าย ๆ ในภาพ แต่ที่สกี สกูลมีที่จับสีดำ ๆ ครับ จับเชือกไม่ได้ มันเร็ว + ทำมือเจ็บเอาง่าย ๆ =_____=" ซึ่งอีกชื่อหนึ่งคือ Ski tow ครับ นั่นหมายความว่า "มันออกแบบมาสำหรับสกี! =[]@!" เพราะงั้นถ้าไปด้วยสโนว์บอร์ดแบบผมนี่ล้มสถานเดียว = =~ โดนเชือกลากขูดพื้นเลยครับ ผมขึ้นไปได้รอบนึงตอนรอครูสอน พอครูมาเค้าก็พาขึ้นลิฟต์ (แชร์ ลิฟต์สำหรับขึ้นบนเขานะ = =" ไม่ใช่แบบในตึก) แล้วก็ไปสโนว์บอร์ดบนนั้น แชร์ลิฟต์ดีกว่า rope tow เยอะ ถึงตอนลงจากลิฟต์ชอบล้มก็เหอะ =___=

ถ้าเป็นที่ Targhee หรือ Village เค้าใช้ไอที่เรียกว่า Magic Carpet แทน rope tow ครับ โอเค ชื่อมันเหมือนของวิเศษในอาละดิน แต่ไม่ใช่น้อ ไปดูภาพละกันจะได้เก็ต

http://content.answers.com/main/content/wp/en-commons/thumb/0/07/180px-Magic_carpet_uphill_loaded_P1437.jpeg

แบบนี้ครับ แค่ยืนบนทางแล้วเค้าจะลากเราขึ้นไป ง่ายกว่าเยอะนิ  =w=b

เรียนที่สโนว์คิงก็พอใช้ได้ครับ ไม่แย่เกินไป แต่เหนื่อยอะ =3=" ฝึก Toe-side ที่ไม่ถนัด ToT + ทางที่นี่ไม่ใช่ตรง ๆ ลงไปธรรมดาซะด้วย มีเลี้ยวไปเลี้ยวมา =________=" ถ้าสโนว์บอร์ดคนเดียวเสียว ๆ อยู่ว่าจะหลงแฮะ

ข้อเสียคือตอนเหนื่อย ๆ ลงมาถึงเนี่ย ไม่มีตู้น้ำให้กิน =[]@! ถ้าเป็นที่อื่นเค้าจะมีตู้น้ำบริการด้วย แต่ที่นี่ก็อย่างที่บอกว่าสกี สกูลเป็นกระต๊อบเล็ก ๆ พอถามเรื่องน้ำเค้าก็บอกว่าตรงอีกกระต๊อบที่ขาย Lift Ticket มีขายน้ำ $1 อยู่ด้วย ซึ่งตอนนั้นไม่มีเงินติดตัวเลย = =" เลยเดินกลับบ้านไปกินน้ำ + พักฟื้น ครึ่งกิโลได้มั้งนั่น = =" ซึ่งมันก็พอโอเคแหละถ้าไม่มีสโนว์บอร์ดล่ะก็นะ...

แพล่มไปเยอะ พอแล้วมั้ง  >///< มีข่าวแจ้ง คือ วันพุธนี้จะออกเดินทางไป Winter Journey ครับ หลังจากฤดูที่แล้วไป Journey แบกแบ็กแพ็คหนักโคตรขึ้นเขา 5 วัน คราวนี้ก็ออกถิ่นกันดารอีกแล้วครับ แถมนอนในเต๊นท์อีก =______=" ฤดูหนาวนี่อย่างต่ำก็ 0 องศาเซลเซียสอะ ถ้าหนาว ๆ หน่อยนี่ลงไปถึง -40 องศาเลย แถมช่วงนี้พายุหิมะเพิ่งเข้าอีก วันพฤหัสกับศุกร์ที่แล้วพายุหิมะแรงมากจนเค้าต้องปิดถนนอีกฝั่งอะ ฝั่งทางเมืองพายุเบากว่า ถนนทางเมืองเลยเปิด ผมบ้านอยู่ทางเมืองเลยโชคดี ส่วนคนที่อยู่อีกฝั่งก็ต้องนอนค้างฝั่งนี้ =______=~ ซวยไป

คราวนี้ไปสามวันสองคืนครับ น้อยกว่าคราวที่แล้วหน่อย กลับมาคงได้อัพ Journal ที่เขียนระหว่างแคมป์นั่นแล เหมือนตอนไปฤดูที่แล้ว~

อีกอย่าง ไม่รู้เค้าคิดยังไงถึงจัดคร่อมวันวาเลนไทน์ กลายเป็นได้ฉลองวาเลนไทน์กับโรงเรียนเลย =[]@! เหอ ๆ  วาเลนไทน์ที่นี่คึกคักกว่าไทยพอสมควรอะ มีของวาเลนไทน์ขายเต็มเลย >_<" ว่าจะซื้อส่งกลับไทย แต่คิดอีกทีส่งกลับไปก็เลยวาเลนไทน์พอดี =________="

เอาล่ะ หมดเรื่องพูดแล้ว ขอบคุณที่ทนอ่านมาจนจบครับ~^^ เม้นท์ด้วยก็ดีน้อ หุหุ 

Tags

ผมกินมาม่ามาจากญี่ปุ่น - -* (Woratana) View my profile

Recommend