copy

พอดีเห็นว่าเข้าช่วงสอบแล้วน่ะฮะ เลยเอามาลงให้อ่านกัน~^^

กระทู้ที่มา: http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1162050

 

*** บทความนี้เขียนขึ้นมาขำๆ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ***

จุ๊ ๆๆๆ ถึงแม้ว่าประเทศไทยกำลังต่อต้านการทุจริตของข้าราชการ แต่การที่นักเรียนนักศึกษาต้องมาเรียนหนังสือที่แต่ละวิชาเขียนไว้ให้ อาจารย์ด้วยกันอ่านแบบนี้ เป็นใครที่ไหนจะจำไปใช้สอบได้ล่ะ ถึงระบบการเรียนการสอนจะเน้นให้เด็กคิดมากกว่าจำก็เถอะ แต่ข้อสอบก็ออกจากหนังสือเรียนทั้งนั้น จะให้ทำยังไงได้ล่ะ

ใช่แล้ว มันต้องลอกข้อสอบสิ ลอกไปก็ไม่เสียหายหรอก ยังไงจบไปก็คงไม่ถอดแสควร์รูทบนจานข้าวตัวเองหรอกเนอะ แต่จะลอกทั้งทีต้องอย่าให้จับได้ และคำถามก็คือ จะลอกข้อสอบยังไงไม่ให้จับได้ล่ะ เอียงคอเหรอ? จดโพยซุกใต้ข้อสอบเหรอ? ผิดแล้ว มันมีวิธีพลิกแพลงได้ดีกว่านี้อีก



1. ปวดไมเกรน
สำหรับ เพื่อนๆที่มีกระเป๋าติดอยู่ตรงอกเสื้อ ให้นำโพยขนาดเล็กๆใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ แล้วทำเป็นเอามือกุมขมับใช้ความคิด แต่ใช้สายตาเหล่มองดูโพยที่ซุกอยู่ข้างใน
จุดแข็ง : เป็นท่าที่เบสิกที่สุด
จุดอ่อน : ไม่เหมาะใช้กับเสื้อเนื้อบาง, สายตาเสีย
เนียน : + + 

2. ขอเข้าห้องน้ำ
เอา โพยใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วทำข้อสอบต่อไปเรื่อยๆ จำข้อที่ทำไม่ได้ไว้ เมื่อทำจนใกล้จะเสร็จแล้ว ให้ขออนุญาตอาจารย์ไปเข้าห้องน้ำ เมื่อเข้าไปข้างในแล้วให้หยิบโพยขึ้นมาอ่านดูว่าข้อที่เราทำไม่ได้คืออะไร จำขึ้นใจไว้ เก็บใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินเข้าห้องสอบไปทำต่อ
จุดแข็ง : ไม่ถูกจับได้ง่ายๆ
จุดอ่อน : มุกนี้ไม่ควรใช้เกิน1ครั้ง, ถ้าอาจารย์คุมสอบเป็นคนเดิมอาจถูกเพ่งเล็งได้
เนียน : + + +

3. ส่งซิกแนล
ให้ นัดกับเพื่อนอีกคนว่า เวลาจะบอกข้อสอบแต่ละข้อจะออกอะไร โดยส่วนมากจะออกแบบว่า ก.ไก่ชู1นิ้ว ข.ไข่ชู2นิ้ว ส่วนเวลาถามข้อสอบก็ไปตกลงกันกันเอาเอง
จุดแข็ง : ถามเพื่อนได้ง่ายขึ้น
จุดอ่อน : ถ้าใครคนหนึ่งโง่หรือโง่พอๆกันก็จบ...
เนียน : +

4. ระเบิดน้ำแตก
หา เพื่อนหรือรุ่นพี่รุ่นน้องสักคนที่ว่างจัด ไปวางระเบิดขวดน้ำหน้าห้องสอบ (หาวิธีทำเอาเองในYoutube) เอาให้เสียงดังๆและทำให้น้ำกระจายได้ (แนะนำให้ใช้น้ำหวาน) พอมันระเบิดปุ๊บ อาจารย์จะออกมานอกห้องสอบ ในช่วงเวลานั้นก็รีบลอกข้อสอบเพื่อนข้างๆทันที
จุดแข็ง : ใช้วิกฤติให้เป็นโอกาส, ระเบิดขวดน้ำทำไม่ยาก
จุดอ่อน : ไม่สามารถไล่อาจารย์คุมสอบให้ไปไกลๆได้, อาจมีคนอื่นออกมามุงดู, ถูกจับได้งานเข้าชัวร์
เนียน : + + + +

5. ตัวตายตัวแทน
ระหว่าง ที่ทำข้อสอบอยู่ ถ้ารู้ว่าเพื่อนพกโพยมาด้วย ให้ลุกขึ้นยืนแล้วบอกอาจารย์ว่าเพื่อนคนนั้นใช้โพยข้อสอบ ระหว่างที่ห้องเกิดโกลาหลขึ้น ก็ให้รีบลอกข้อสอบจากเพื่อนข้างๆทันที
จุดแข็ง : ใช้วิกฤติให้เป็นโอกาส, มีโอกาสได้เพิ่มคะแนนความดีความชอบ
จุดอ่อน : มีโอกาสเสียเพื่อนก็คราวนั้นแหล่ะ
เนียน : n/a (บอกไม่ได้ ไม่เคยลอง)



แต่ จะดีกว่าไหม ถ้าเลือกที่จะทำข้อความด้วยความเข้าใจของเราเอง ไม่ต้องมายุ่งยากวุ่นวายขนาดนี้ ถึงแม้จะสอบตก อย่างน้อยก็ตกเพราะเราทำไม่ได้เอง ไม่ได้ตกเพราะทุจริตการสอบให้อายเพื่อนและพ่อแม่ตัวเอง

ที่สำคัญ ในโลกของคนทำงาน ต่อให้คุณทำเกรดดีเลิศขนาดไหน แต่เวลาทำงานจริงๆ เขาดูกันที่ผลงานและพฤติกาณณ์ของคุณต่างหาก...
 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ท่ามกลางการรณรงค์ให้เด็กไทยรักการอ่านและอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นนั้น อาชีพ "นักเขียน" ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เป็นสุดยอดแห่งความปรารถนาของหลายๆ คน และการที่ได้เห็นเหล่าตัวอักษรจากมันสมองของตนเอง ถูกตีพิมพ์ลงในกระดาษเนื้อดี ภายใต้รูปเล่มสวยหรู ทอดกายก่ายเกยกันนอนรอการซื้อหาอยู่บนแผงหนังสือทั่วประเทศนั้น ก็ย่อมเป็นความฝันอันสูงสุดของนักเขียนเหล่านั้น

แต่ก็มีนัก (อยาก) เขียนบางคนที่อาศัยทางลัดเพื่อพยายามที่จะโหนตัวเองไปยืนในจุดที่คนรู้จักมากที่สุดแบบผิดๆ นั่นก็คือ "การลอก" อันถือเป็นบาปอันอุกฤษฏ์ของการเป็นนักเขียน แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงมีนักเขียนหน้าใหม่อีกไม่น้อยที่ใช้วิธีนี้ ซึ่งทำความเดือดร้อนให้แก่เจ้าของผลงานตัวจริง

ทันทีที่สร้างสรรค์ ถือเป็นลิขสิทธิ์โดยอัตโนมัติ

ศ.(พิเศษ)สุชาติ ธรรมาพิทักษ์กุล ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายลิขสิทธิ์ ให้ข้อมูลว่า ลิขสิทธิ์คือสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะกระทำการใดๆ ตามกฎหมาย งานอันมีลิขสิทธิ์ ได้แก่ วรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ แผนกศิลปะ ซึ่งงานดังกล่าวมีการแสดงออกโดยรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

สำหรับความหมายของวรรณกรรมนั้น คืองานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิดทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา คำปราศรัย สุนทรพจน์ และรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่เป็นงานลิขสิทธิ์ คือข่าวประจำวัน ข้อเท็จจริงต่างๆ ที่มีลักษณะข่าวสาร และรัฐธรรมนูญ รวมถึงกฎหมายต่างๆ

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายยังกล่าวให้เข้าใจง่ายๆ ว่า การสร้างสรรค์ผลงานออกมาสักชิ้นนั้นถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้ทำโดยอัตโนมัติ หากแต่เจ้าของความคิดจะต้องทำออกมาเป็นลักษณะผลงานที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้ คือรังสรรค์ออกมาให้ปรากฏแก่สังคม ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิ์ผลงาน จะมีสิทธิเพียงผู้เดียวที่จะทำซ้ำหรือดัดแปลงผลงาน,เผยแพร่ต่อสาธารณชน,ให้เช่าหรือสำเนา (ประเภทโปรแกรมคอมพิวเตอร์-โสตทัศนวัสดุ-ภาพยนตร์-สิ่งบันทึกเสียง) ,ให้ประโยชน์อันเกิดแต่ลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น,อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิการทำซ้ำ-ดัดแปลง-เผยแพร่ โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขที่กำหนดต้องเป็นธรรม

สำหรับการละเมิดลิขสิทธิ์นั้น สำหรับงานลิขสิทธิ์ทั่วไป คือการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือการแผยแพร่ต่อสาธารชน อย่างใดอย่างหนึ่ง ศ.(พิเศษ)สุชาติกล่าว

กิ่งฉัตร เผยเพราะเคารพถึงถูกลอก???
กิ่งฉัตร ปาริฉัตร ศาลิคุปต นักเขียนหญิงแนวหน้าที่เป็นอีกผู้หนึ่งที่ประสบปัญหาถูกลอกงานนวนิยาย นำไปเขียนเป็นนวนิยาย หรือการลอกนวนิยายนำไปทำเป็นภาพยนตร์และละครวิทยุ โดยเฉพาะประเด็นของนวนิยายเรื่อง บ่วงหงส์ ที่ถูกนำไปทำเป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ซึ่งแม้ว่าจะมีการทักท้วงไปทางผู้จัดทำภาพยนตร์ ก็ได้รับคำตอบที่ทำเอาเจ้าของเรื่องตัวจริงอึ้งว่า ที่ทำไปเพราะชื่นชอบผลงานของเธอมาก และเป็นการแสดงความเคารพในงานของเธอรูปแบบหนึ่ง!!!

เรื่องนี้เป็นประเด็นมากเพราะว่ามันเหมือนมาก เปลี่ยนเฉพาะชื่อพระเอก-นางเอก ตัวรองๆ ก็ยังชื่อเหมือนนวนิยายของเรา พล็อตก็คล้ายมาก ซึ่งก็ท้วงไป เขาก็ตอบเรากลับมาว่า เราRespect เรา ก็อึ้งไปเหมือนกันว่ามันเป็นการเคารพแบบไหนนี่ กิ่งฉัตรกล่าว ซึ่งสำหรับภาพยนตร์เจ้าปัญหาดังกล่าวนั้น ไม่ได้มีการให้เครดิตเจ้าของพล็อตตัวจริงแต่อย่างใด แถมเป็น หนังกล่อง คือเป็นภาพยนตร์ที่ได้รางวัลด้วย ซึ่งแม้จะสร้างและเป็นเรื่องกันมาหลายปีแล้ว ก็ยังปรากฏว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังคงเดินสายฉายเก็บเงินอยู่ในต่างประเทศ

โดยภายหลังจากที่บอกกล่าวเล่ากรณีที่ถูกลอกดังกล่าวแล้ว กิ่งฉัตรก็ได้ฝากข้อคิดสั้นๆ แต่ตรงประเด็นไปยังนักเขียนรุ่นน้องๆ ว่า เขียนให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด แตะคนอื่นให้น้อยที่สุด แล้วจะยืนอยู่บนเส้นทางนี้ได้นานที่สุด

นักเขียนซีไรต์ระบุต้องปลูกสำนึกให้เด็ก
ด้านนักเขียนเจ้าของรางวัลซีไรต์ปี พ.ศ.2549 อย่าง งามพรรณ เวชชาชีวะ ที่มีผลงานทั้งด้านการเขียนและการแปล เปิดเผยถึงเส้นทางลิขสิทธิ์บนถนนแห่งการแปลว่า ก่อนหน้าปีพ.ศ.2537 ยังคงมีการจัดพิมพ์เรื่องแปลแบบละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ คือหากนักแปลเห็นนวนิยายต่างประเทศเรื่องไหนสนุก ก็จะนำมาแปลเลย และขายแก่สำนักพิมพ์เพื่อจัดจำหน่าย แต่จะไม่มีการขอซื้อลิขสิทธิ์จากเจ้าของเรื่องแต่อย่างใด

แต่ภายหลังได้มีการออกพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ปี พ.ศ.2537 ที่ออกมาคุ้มครองการสร้างสรรค์ผลงานในทุกแขนง และรวมถึงงานแปลจากต่างประเทศด้วย ทำให้สำนักพิมพ์เกิดใหม่ในระยะหลังเคารพกฎหมายและทำตามอย่างเคร่งครัด ทำให้ในปัจจุบันสถานการณ์ด้านลิขสิทธิ์การแปลนั้นไม่น่าเป็นห่วงเท่ากับด้านงานเขียน

เรื่องนี้แก้ได้ด้วยการปลูกฝังสำนึกกันตั้งแต่เด็กๆ ให้เคารพสิทธิของผู้อื่น อย่าคิดว่าแค่หยิบมา ยืมมา แล้วเอาไปเฉยๆ ก็ได้ ไม่น่าเป็นอะไร เพราะการละเมิดลิขสิทธิ์นั้นไม่ต่างอะไรกับการขโมย ซึ่งต้องยอมรับว่างานเขียนนั้นเป็นพรสวรรค์ส่วนตัว ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของผลงานก็ควรจะได้รับความภาคภูมิใจที่สามารถทำได้ ควรจะได้รับเกียรติในฐานะผู้ที่เป็นเจ้าของผลงาน งามพรรณกล่าว

ป้าอี๊ดยันแรงบันดาลใจไม่ใช่การลอก
ด้านป้าอี๊ด ทมยันตี หรือคุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ เปิดเผยว่ากว่าที่จะมาเป็นนักเขียนในระดับอย่างทุกวันนี้ โดยส่วนตัวก็มีนักเขียนในดวงใจที่เป็นแรงผลักดันและเป็นแรงบันดาลใจ เช่น แมรี่ คอนเรลลี่ , หลวงวิตรวาทการ ซึ่งคนเหล่านี้ถือเป็นครู

ป้าเองก็มีครูเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจ ไหว้ครูทุกครั้งก็จะนึกถึง คำว่าแรงบันดาลใจมันคือต้องบันดาลใจให้เราเกิดความอยากเขียน บันดาลใจให้เราทำงาน ไม่ใช่บันดาลให้เราก้มหน้าก้มตาลอก ดังนั้นการลอกกับแรงบันดาลใจนั้นเป็นคนละเรื่อง พอลอกเรื่องแล้วถูกจับได้แล้วมาบอกว่าเป็นแรงบันดาลใจนั้นไม่ได้

และหนึ่งในฐานะสุดยอดนักเขียนหญิงคนหนึ่งของเมืองไทย ทำให้หลายต่อหลายเรื่องของป้าอี๊ด กลายเป็นทั้งแรงบันดาลใจบ้าง เป็นต้นแบบให้ลอกบ้าง ตรงนี้ป้าอี๊ดบอกว่า ตั้งแต่เปลี่ยนมาถือศีลก็ไม่คิดจะมีเรื่องมีราวอะไรกับใคร ป้าจึงฝากผ่านไปยังผู้ที่คิดจะลอกหรือกำลังลอกว่า ตราบใดที่มัวแต่ลอกเลียนงานผู้อื่น ตราบนั้นก็ยังจะไม่สามารถยืนอยู่บนขาของตัวเองได้ ผู้ที่จะยืนอยู่ได้ ต้องอยู่ได้ด้วยตนเอง จึงจะอยู่บนถนนนักเขียนได้นานที่สุด

นิเวศน์ กันไทยราษฎร์กับ5ปีเต็มที่ถูกกล่าวหา
แต่ก็ใช่ว่าจะมีผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกลอกแต่เพียงอย่างเดียวเพราะ นิเวศน์ กันไทยราษฎร์ กลับเป็นนักเขียนดังที่ถูกมรสุมการกล่าวหาจนชีวิตซวนเซไปถึง 5 ปี ทีเดียว โดยนักเขียนหนุ่มใหญ่ผู้มากฝีมือคนนี้เปิดเผยว่า เมื่อปีพ.ศ.2545 เขาถูกอีกหนึ่งนักเขียนชื่อดังอย่าง สินี เต็มสงสัย ยื่นฟ้องต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 540,000 บาท กล่าวหาว่านวนิยายเรื่อง หางเครื่อง ของนิเวศน์ ได้ลอกเค้าโครงเรื่องมาจาก ไฟพระจันทร์ อันเป็นผลงานนวนิยายของเธอ และหลังจากการต่อสู้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของหยาดน้ำหมึกจากปลายปากกาของตัวเองถึง 5 ปี ผ่านมรสุมต่างๆ นานา เพราะแม้ศาลชั้นต้นจะยกฟ้อง แต่โจทก์ก็ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา แต่สุดท้ายศาลฎีกาก็พิพากษายืนเหมือนศาลชั้นต้นทำให้เขาพ้นมลทินที่ถูกกล่าวหา

ได้ความช่วยเหลือจากเพื่อนนักเขียนและได้รับความกรุณาจากคณาจารย์นักวิชาการจำนวนมาก ชนิดที่ตอนศาลเรียกหาพยาน มีพยานล้นเกินความต้องการเสียอีก ที่เขาฟ้องเราเพราะอ้างว่ามีจุดเหมือนกันหลายจุด แต่ทางศาลก็พิจารณาแล้วว่ามันไม่ใช่การลอก โดยบอกว่าส่วนเหมือนที่เหมือนกัน เช่น ตัวเอกเป็นผู้หญิงเหมือนกัน เป็นคนต่างจังหวัดเหมือนกัน เป็นคนสู้ชีวิตเหมือนกัน ต้องต่อสู้ดิ้นรนเหมือนกันนั้น ไม่ใช่เป็นลักษณะเฉพาะ แต่เป็นลักษณะชีวิตทั่วไปที่สามารถพบประสบได้

ตัวอย่างกรณีของเขานี้ นอกจากจะเป็นกรณีศึกษาของนักกฎหมายแล้ว ยังเป็นอุทาหรณ์ให้นักเขียนหลายคนหันมาสนใจเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์มากขึ้น เพราะหากเป็นความผิดที่ไม่ได้ก่อ การรู้กฎหมายก็เป็นเกราะป้องกันกายที่ดีเหมือนกันหากเป็นผู้ที่ถูกกระทำ!

นายกฯ นักเขียนเดินหน้าปลุกจิตสำนึก
ปิดท้ายด้วยความเห็นของ ชมัยภร แสงกระจ่าง นายกสมาคมนักเขียน ที่ฝากข้อคิดว่า งานเขียนสง่างามที่สุดคืองานที่ออกมาจากมันสมองและสองมือของเราเอง การลอกเรื่องของผู้อื่นนั้นก็เหมือนกับการขโมยจมูกคนอื่นหายใจ

การลอกก็คือการยอมรับที่จะไปเบอร์ 2 ของคนอื่นเขา การจะเป็นนักเขียน ต้องเขียนเอง จากความคิดของตัวเอง ถือเป็นเกียรติในวิชาชีพ นายกสมาคมนักเขียนกล่าวอย่างหนักแน่น

เมื่อถามถึงโครงการในอนาคตอันใกล้นี้ คุณชมัยภรเปิดเผยว่า จะจัดทำโครงการปลูกฝังจิตสำนึกเรื่อง ไม่ลอก ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ ให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป โดยการจัดประกวดคำขวัญรณรงค์การไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ เปิดโอกาสให้ทั้งเด็ก เยาวชน และบุคคลทั่วไปส่งเข้าประกวด และคำขวัญที่ได้รับคัดเลือก จะถูกตีพิมพ์เป็นคำขวัญไว้ที่หัวกระดาษของสมาคมนักเขียนด้วย

Credit: http://www.dek-d.com/content/view.php?id=2354

Tags

ผมกินมาม่ามาจากญี่ปุ่น - -* (Woratana) View my profile

Recommend