Beowulf ruled peacefully for fifty years. Then one day... (Beowulf)

เบโอวูฟปกครองเมืองอย่างสงบสุขห้าสิบปี อยู่มาวันหนึ่ง...

 

ที่ยก quote ด้านบนจากหนังสืออ่านในคาบภาษาอังกฤษ Beowulf มาก็เพราะมันตรงกับความรู้สึกตอนนี้มาก อยู่แบบไม่มีปัญหาอะไร (ถึงมีก็ยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่) มาได้จะแปดเดือนแล้ว เหลืออีกสองเดือนครึ่งก็กลับล่ะ แต่เรื่องร้าย ๆ ก็เกิดขึ้นจนได้

เรื่องร้าย ๆ ไว้เล่าทีหลัง ขอเล่าเรื่องดี ๆ ก่อน...

อาทิตย์ที่แล้วไป Track Meet (วิ่งแข่ง =w=/) เป็นครั้งแรกครับ :) ที่ Dubois ซึ่งเป็นเมือง ๆ นึงใน Wyoming ที่มีนักเรียนแลกเปลี่ยนคนไทยอยู่ เป็นคนเดียวกับที่มาเที่ยว Jackson แล้วพักบ้าน (โฮสต์) ผมตอนอาทิตย์ก่อน (หรือสองอาทิตย์ก่อน - -* ไม่แน่ใจ) นั่นเอง ตอนแรกได้ยินจากเพื่อนคนนั้นว่า Dubois กันดารมากมาย ผมยังไม่เคยไปเลยยังไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่พอวันเสาร์ที่แล้วได้ไปยลมา... ก็เข้าใจเลยว่า เออ กันดารจริง ๆ - -" (เทียบกับเมือง Jackson ที่ผมอยู่น่ะนะ ขนาดเมืองผมไม่ค่อยใหญ่นะนี่)

จริง ๆ จะบอกว่ากันดารมันก็เกินไปหน่อย แค่เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีร้านขายของอะไรก็เท่านั้นแหละ + ด้วยความที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวด้วย อย่างเมืองผมนี่เป็นเมืองที่มีคนมาสกีกัน ก็เลยจะคึกคักช่วงฤดูหนาว

ที่ Dubois ตรงภูเขาที่ติดกับสถานที่วิ่งแข่ง ก็จะมีตัวอักษร D ตัวใหญ่ สีเหลือง-น้ำเงิน (สีประจำของไฮสกูลที่เมืองนี้) อยู่ครับ สำหรับเมืองผมเป็นสีดำ-ส้ม (ชอบอะ >w

วันนั้นที่ไป ก็ไปถึงโรงเรียนขึ้นรถบัสตอน 5:30 AM ยังง่วง ๆ อยู่ก็ไปหลับคารถบัส (ครึ่งหลังรถบัสหลับหมด...) ซึ่งรถบัสที่ไปนี่มีสองคันครับ คันนึงผู้หญิงนั่ง (แต่ดันมีผู้ชายบางคนไปอยู่คันนั้น = =) อีกคันผู้ชายนั่ง (ซึ่งไม่มีผู้หญิงเล้ย...) ตอนแรก ๆ อากาศก็ดีอยู่ พอวิ่ง ๆ ไปได้ครึ่งทางหิมะก็ุกระหน่ำตกลงมา ไปถึง Dubois แล้วหิมะเริ่มซา แต่ก็ยังหนาวอยู่ คิดดูจิ ไปวิ่งกลางหิมะ -___-' หนาวสุดยอด~

ผมลง 100m dash ไว้ครับ ระดับความสูงเหนือน้ำทะเลของเมืองใน Wyoming นี่ผมสู้ไม่ไหวล่ะ TwT วิ่งได้แปปเดียวก็เหนื่อยแล้ว ประมาณว่าวิ่งร้อยเมตร ผมวิ่งไปครึ่งทางก็ขาดับพอดี =o=~ ไม่แน่ใจว่าแข่งได้ที่เท่าไรครับ เพราะเค้าแบ่งเป็นหลาย ๆ รอบเนื่องจากคนเยอะเกิน (ปล่อยตัวรอบละ 3 คน = =" แ้ล้วโรงเรียนผมอย่างเดียวส่งประมาณ 10 คน... -o-) ในรอบที่ผมวิ่งเนี่ย จาก 3 คน ได้ที่ 3... =__=' อย่างที่บอกว่าไปตายตอนครึ่งทาง T_T เสาร์นี้ไปลองใหม่!! = =/ (ไปแข่งที่ Riverton ครับ เสาร์นี้)

=========================

เรื่องต่อไป~ คอนเสิร์ต Michael Franti & Spearhead จัดขึ้นวันเสาร์ที่แล้วที่ผมไปแข่ง (ผมเลยอดไปดู T_T) ซึ่งโรงเรียนผมเนี่ย ติดต่อกับผู้จัดการของวงนั้นเพื่อให้เข้าไปพูดคุยกับวงนั้น ซึ่งตอนแรกผมก็ตกลงใจว่าจะไปดูคอนเสิร์ตล่ะ ไม่สนแข่งเฟร้ย *O*/ แต่...พอวันพุธมาถึง อาจารย์ที่โรงเรียนก็บอกข่าวร้ายว่า Michael Franti ตัดสินใจแสดงคอนเสิร์ตสองรอบ ทำให้ไม่มีเวลาเข้าไปพูดคุย เย็นวันนั้นผมก็เลยไปบอกโค้ชวิ่งแข่งว่า ตกลงจะไปวิ่งแข่งแทน

แต่... วันถัดมาแค่นั้นแหละ อาจารย์ที่โรงเีรียนเค้าเมลไปหาผู้จัดการอีกที แล้วคุยกันตกลงได้ว่าจะได้เข้าไปพูดคุยกับวงนั้นประมาณ 15 นาที ซึ่ง... อ๊ากกกกกก =[]@! อะไรกันเนี่ย จะไปยกเลิกวิ่งแข่งที่ผมยกเลิกไปรอบนึงแล้วก็ยังไงอยู่ เลยตัดสินใจไปแข่งก็ได้ (ฟระ)

พอวันจันทร์กลับมาจากวิ่งแข่ง ได้ข่าวว่าคอนเสิร์ตสุดยอดมาก ๆ เลยแอบอิจฉาคนที่ได้ไปอ่าาาาาา ถึงขนาดบอกว่า "It's the best concert." เลยยิ่งอิจฉา อ๊ากกกกกกกก~ TwT

สำหรับคนที่ไม่รู้จักวงนี้ วงนี้เพลงของเค้าจะเกี่ยวกับ Peace (สันติภาพ) ครับ Michael Franti ได้ทำหนังเรื่องนึง เป็น documentary ชื่อ I know I'm not alone ด้วย ผมได้ดูไปครึ่งหนึ่ง หนังเกี่ยวกับ Michael Franti ที่เข้าไปใน Iraq ไปเยี่ยมตามบ้าน สถานที่ต่าง ๆ ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าทหารอเมริกาตอนนี้ไปเดินเล่นอยู่ในอิรัก ถ้าสนใจลองไปหามาดูครับ หนังดีมาก ๆ =w=b

=============================

เรื่องต่อไป งาน Hill Climb หรือแปลไทยว่า ปีนเขา -o-' เป็นงานที่จัดขึ้นที่สกีรีสอร์ทใกล้ ๆ บ้านผมครับ Snow King เป็นงานแข่ง Snowmobile ไต่ขึ้นเขา ใครทำเวลาได้เร็วที่สุดก็ชนะ ซึ่งจัดติดต่อกัน 5 วันทุกปีครับ และช่วงนั้นคนจะเข้ามาในเมืองเยอะมาก เห็นรถขน Snowmobile ผ่านไปผ่านมาเยอะแยะ ซึ่งพวกคนที่ขี่ Snowmobile เนี่ย ชุดที่เค้าใส่จะคล้าย ๆ คนขับมอเตอร์ไซด์วิบากครับ (มั้ง... = =) ก็เท่ไปอีกแบบ >_<~

ผมได้ไปดูตอนวันอาทิตย์ วันสุดท้ายพอดีครับ เพราะวันเสาร์อย่างที่บอกว่าไปวิ่งแข่งมา ก็เดินแกร่ว ๆ ออกจากอพาร์ทเม้นท์ไปร่อนแถวนั้น ไม่ได้เข้าไปเกาะติดขอบสนามเพราะค่าเข้ามัน $10 =[]@! แค่ดูจากไกล ๆ ก็พอแร้น =w=~ ส่วนเงินที่เอาติดตัวมาก็ไปผลาญแถว ๆ ร้านขายของแถวนั้น ได้เสื้อเชิ้ตมา 2 ตัวกับสติ๊กเกอร์ 3 แผ่นครับ เด็กที่นี่บ้าสติ๊กเกอร์กันพอสมควร ก็เลยเอามั่ง XD เค้าชอบเอามาแปะโน้ตบุ๊กกันครับ ผมแปะแล้วดันแปะผิดด้าน (กร๊าก) เลยเอาปากกาไปเขียนบนสติ๊กเกอร์ว่า "Wrong side! lol" (ไร้สาระจริงตรู = =)

ต่อไปก็เข้าเรื่องเครียด ๆ ล่ะ พร้อมยางงงงงงงงง >_

=============================

ตามชื่อหัวข้อบลอคเลยครับ "สองเดือนที่เหลือ... กับของที่หายไป...." พูดง่าย ๆ ก็คือของหายนั่นเอง แต่ที่แย่กว่านั้นคือผมไม่ได้ทำหล่นหาย หรือลืมไว้ที่ไหนน่ะสิครับ แต่... "โดนขโมย"

เมื่อคืนนี้ระหว่างที่ผมกำลังหาหูฟังไอพอดเอามาเสียบคอมฟังเพลง (ปกติจะติดอยู่กับไอพอด) ค้น ๆ ในกระเป๋าเป้ที่ปกติจะอยู่ในนั้นแล้ว... ปรากฏว่าไม่มีครับ ไอพอด...

ตอนแรกก็นึกว่าอาจอยู่ในบ้านที่ไหนสักแห่ง (แต่ค้นทั่วบ้านแล้วหาไม่เจอ) หรือลืมไว้ที่โรงเรียน หรือทีไฮสกูลตอนไปฝึกวิ่ง ตอนนั้นยังไม่คิดเลยครับว่ามันจะโดนขโมย พยายามคิดในแง่ดีไว้ก่อน

วันนี้ไปถึงโรงเรียน ก็หาดูรอบ ๆ เผื่อจะมีร่องรอยอะไรมั่ง แต่ไม่เจอ ตอนไปไฮสกูลไปซ้อมวิ่งก็ลองหา ๆ ดูอีก ซึ่งไม่เจออีกแล้ว ตอนนั้นก็เริ่มสงสัยแล้วครับ ว่าถ้าผมไม่ทำหล่นหาย หรือตกหล่นไว้ที่ไหนสักแห่ง ก็โดนขโมยแน่ ๆ (แต่ตอนนั้นก็ยังพยายามไม่คิดเรื่องนั้น)

ทีนี้หลังซ้อมเสร็จผมก็ไปหาโฮสต์ที่รออยู่ที่ Smith's (เป็นซุปเปอร์มาเก็ตที่โฮสต์ทำงานอยู่) ครับ ซึ่งพรุ่งนี้ที่โรงเรียนมีฉลองก่อนปิด Spring Break 2 สัปดาห์ ผมก็ไปซื้อของเพื่อมาทำอาหารไทย (คืออาจารย์วิชาภาษาสเปนเค้าจะให้ทุกคนทำอาหารไป พวกเด็กอเมริกาก็ทำอาหารจากประเทศที่ใช้ภาษาสเปน เด็กแลกเปลี่ยนจากนอร์เวย์ก็ทำอาหารพื้นเมืองเค้า ส่วนผมก็ทำอาหารไทย) ซึ่งไปกับโฮสต์ครับ ก็แยกของว่าอะไรบ้างที่โฮสต์จ่าย อะไรที่ผมจ่าย ตอนเข้าคิวก็เข้าติดกันครับ โฮสต์จ่ายไปก่อน ทีนี้พอถึงทีผม โฮสต์กำลังเขียนเช็ค ผมก็เปิดกระเป๋าตังค์ดู

ปรากฏว่า...แบ็งค์หายไปหมดเลย...

กระเป๋าตังค์ว่างเปล่าครับ เหลือแต่พวกกระดาษโน้ตต่าง ๆ ข้างใน ส่วนเงินนี่หายหมดเลย มีประมาณ $100 ได้ครับ เพราะเพิ่งเบิกตังค์เพื่อเอามา่จ่ายค่า Track ต่าง ๆ ตอนวันอาทิตย์ ก็เลยบอกโฮสต์ว่า "I think someone steal my money..." ตอนแรกนึกว่าโฮสต์ไม่ได้ยินครับ เค้าบอกประมาณว่า "You don't have any money? You can pay me back later." แล้วเค้าก็บอกแคชเชียร์ให้เอาของที่ผมซื้อไปคิดเงินรวมกับของที่โฮสต์ซื้อเลย

ตอนอยู่บนรถผมก็เงียบตลอดทางสิครับ คิดแต่เรื่องนั้น ตอนนั้นผมพอจะโยงเรื่องได้แล้ว ว่าตังค์คงโดนขโมยไปพร้อมกับไอพอดเมื่อวานนี้เนี่ยแหละ (เพราะผมไม่ได้เปิดกระเป๋าตังค์เช็คเมื่อวาน เลยไม่ชัวร์) ซึ่งผมคงไม่ได้ทำเงินตกหล่นเพราะไม่มีทางที่มันจะหายไปแต่เงินในกระเ๋ป๋าตังค์แน่ ๆ

พอกลับถึงบ้านโฮสต์ก็ถามเลยครับ ว่า "Are you really think someone steal your money?" นึกว่าไม่ได้ยินซะอีกนิ = =" ผมก็อธิบายโฮสต์ไปตามที่บอกข้างบน แล้วก็...ร้องไห้ตามสเต็ป >[]

ตื่นมาอีกทีประมาณสองทุ่มครับ นอนไปประมาณสองชั่วโมง ก็กินข้าวเย็น แล้วก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่คุยเกี่ยวกับเรื่องของหาย ยิ่งคุยยิ่ง sad T________T~ จากนั้นก็ทำอาหารเตรียมตัวไปวันพรุ่งนี้ ซึ่งผมทำ Kai Satay (ไก่สะเต๊ะ) ครับ ไปเอา recipe มาจากเว็บ family.com ตอนนี้อยู่ในตู้เย็นแช่ไว้ครับ พรุ่งนี้ค่อยตื่นเช้ามาอบไก่แล้วเอาไปเสียบไม้~

เอาล่ะ กลับมาที่เรื่องของหาย ผมค่อนข้างเชื่อใจโรงเรียนผม (Journeys School) เป็นพิเศษ เพราะเป็นโรงเรียนที่เล็กมาก ๆ + ทุกคนก็มีโน้ตบุ๊คติดตัว และคนที่นั่นก็นิสัยดีทั้งนั้น เลยคิดว่าไม่น่าใช่โรงเรียนผมแน่ น่าจะเป็นตอนไป High School ตอนเย็นเพื่อซ้อมวิ่งมากกว่าครับ

วันนั้นเนี่ย (วันพุธ) ผมก็ไป High School เพื่อซ้อมเหมือนทุกวัน ซึ่งวันนี้ใน Locker Room (หรือคล้าย ๆ ห้องเปลี่ยนชุด) เนี่ย มีพวกทีมฟุตบอลที่เป็นคน Hispanic (คนที่ใช้ภาษาสเปนครับ เช่น แม็กซิกัน) อยู่ในห้องนั้นประมาณ 3-4 คนเปลี่ยนชุดอยู่ ซึ่งคนพวกนั้นอยู่ติดกับล็อกเกอร์ที่ผมเก็บของพอดี และวันนั้นผมหยิบกระเป๋าตังค์มาเอาเงินด้วย เพราะต้องเอาเงินไปจ่ายค่ารูปกับค่าชุดทีม แล้วล็อกเกอร์ผมไม่ได้ล็อก (จริง ๆ คือมันไม่มีที่ล็อก เข้าใจว่าถ้าอยากได้ตัวล็อกต้องหามาเอง) ซึ่งปกติผมเก็บไว้ก็ไม่เคยมีของอะไรหาย

คิดว่าคนที่ขโมยน่าจะเป็นคนในนั้นแหละครับ เพราะมันคงเห็นผมหยิบกระเป๋าตังค์ออกมาจากเป้แน่ ๆ แต่ไม่มีเบาะแสอะไรเลย + ผมจำหน้าพวกนั้นไม่ได้ด้วย = =" จำได้แต่ว่าเป็นพวก Hispanic (เพราะแยกออกง่ายมาก ๆ ระหว่างคนขาวกับ Hispanic) ก็ไม่รู้จะทำยังไงล่ะครับ แต่โดนไปรอบนึงแบบนี้เข็ดล่ะ คิดว่าพรุ่งนี้จะย้ายไปล็อกเกอร์รูมที่อยู่อีกฝั่งดีกว่า (ในยิมมีล็อกเกอร์รูมสองห้องครับ ห้องที่ผมใช้อยู่ตอนนี้มันอยู่ตรงกลาง แชร์สองยิม แต่อีกห้องใช้แค่ในยิมที่ผมซ้อมยิมเดียว)

ก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่คิดว่าคงได้คืนมายากมาก ในห้องเปลี่ยนชุดเค้าก็คงไม่ติดกล้องวงจรปิดไว้หรอก หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกนะ (ถ้าโน้ตบุ๊คหาย คงแทบกระอักเลือดตายเลยล่ะ = =" เพราะอยู่นี่ใช้ที่โรงเรียนบ่อยมาก)

ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่เข้ามาอ่านครับ~ ว่าอย่าไปวางใจอะไรมากนัก พวกล็อกเกอร์เนี่ย ถ้าหาที่ล็อกมาได้ก็ล็อกดีกว่า ไม่ก็เก็บไว้ในที่ที่เราเห็นได้/หรือเห็นได้ว่าใครเข้า-ออกห้องนั้นบ้าง (หรือล็อกเกอร์รูมที่มีทางเข้าด้านเดียวนั่นเอง) ให้ดีที่สุดก็เอาติดตัวไปเลยครับ เพราะถ้าเกิดเรื่องแบบที่เกิดกับผมขึ้นเนี่ย เครียดแน่ ๆ... (แบบที่ผมเครียดอยู่นี่ไง >o<)

ยิ่งพอมาอยู่ไกลบ้านแบบนี้แล้วยิ่งเครียดกว่าเดิม พ่อแม่ไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ (แต่...อย่าลืมว่ายังมีโฮสต์นะ :) )

Life goes on... ชีวิตก็ยังเดินต่อไป... สองเดือนที่เหลือนี่จะระวังมากกว่าเดิมแน่ ๆ ครับ...  

Comment

Comment:

Tweet

Your composition is very good, hope to have the opportunity to read more of your article!

#29 By Ralph Lauren Outlet Online (117.28.249.58) on 2011-12-05 13:48

on having evidence of such infringement of their constitutional rights

#28 By Belstaff Outlet (117.28.249.58) on 2011-11-11 08:17

Very good written article. It will be useful to anybody who usess it, including yours truly . Keep up the good work – for sure i will check out more posts.

#27 By ugg boots cheap (117.28.249.30) on 2011-10-04 08:52

<a href="http://duuxixannezbbnu.com">qruofikfqqesqle</a> http://mfgwprikdrcgory.com [url=http://ngewzzivlrhwryd.com]omjmlnhjsokigsg[/url]

#26 By mymcxzrxfn (94.102.52.87) on 2010-06-10 23:08

HI All

#25 By AI (124.157.189.201) on 2010-03-07 13:49

watch naruto online!!

#24 By naruto episodes (124.157.189.199) on 2010-01-03 13:07

hi all !!

#23 By s