คราวที่แล้วจบลงที่การใช้รูปแบบคำร่าย ซึ่งน่าจะทำให้ผู้อ่านได้ไอเดียไปไม่มากก็น้อย ครั้งนี้เราจะกล่าวถึง คำร่ายมนตร์แบบขอพลังจากเทพเจ้า หลายคนฟังชื่อแล้วอาจไม่เข้าใจ ไปดูตัวอย่างกันเลยดีกว่าครับ...

แด่เทพไกอา มารดาแห่งผืนธรณี โปรดแยกแผ่นดินจัดการศัตรูข้าให้สิ้นไป

ใช่แล้วครับ คำร่ายมนตร์ประเภทนี้ คือ การขอใช้พลังจากสิ่งอื่นเพื่อทำให้เวทมนตร์แสดงผล เชื่อว่าผู้อ่านต้องเคยผ่านตานิยายหรือการ์ตูนที่ใช้คำร่ายมนตร์ลักษณะนี้มาแล้วแน่ ๆ ถ้ายังไม่เคยก็ไม่เป็นไรครับ เราจะมาดูวิธีการเขียนกันในบทความครั้งนี้ และเพื่อความเข้าใจง่าย ผมจะอธิบายโดยเขียนในลักษณะ รูปแบบคำร่าย นะครับ

รูปแบบของ คำร่ายมนตร์แบบขอพลังจากเทพเจ้า จะเขียนออกมาได้เป็น

แบบแรก: [แหล่งพลัง]+[คำสั่ง] หรือ แบบที่สอง: [แหล่งพลัง]+[คำสั่ง]+[ชื่อเวทมนตร์]

อธิบายองค์ประกอบต่าง ๆ ดังนี้: [แหล่งพลัง] ที่มาของพลัง เวทมนตร์นี้ใช้พลังของใคร หรือใช้พลังของสิ่งใด บางครั้งอาจให้ผู้ร่ายเป็น [แหล่งพลัง] เองก็ได้

[คำสั่ง] ต้องการให้ [แหล่งพลัง] ใช้พลังเพื่อทำอะไร เป้าหมายคือใคร (ไม่บอกเป้าหมายก็ได้)

[ชื่อเวทมนตร์] ชื่อของเวทมนตร์ ควรจะสั้นกระชับและดูดีสักหน่อย (ส่วนนี้จะมีหรือไม่มีก็ได้ แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน)

ผู้อ่านอาจยังไม่เข้าใจว่า [ชื่อเวทมนตร์] ในรูปแบบที่สองหมายถึงอะไร และจะสร้างความแตกต่างกับแบบที่หนึ่งอย่างไร ผมจะยกตัวอย่างให้ดูครับ

รูปแบบที่หนึ่ง: สายลมเอ๋ย จงปกป้องข้าจากภยันตราย

รูปแบบที่สอง: สายลมเอ๋ย จงปกป้องข้าจากภยันตราย กำแพงมหาวายุ

สำหรับคำร่ายนี้ [แหล่งพลัง] คือ สายลม / [คำสั่ง] คือ ปกป้องข้าจากภยันตราย / [ชื่อเวทมนตร์] คือ กำแพงมหาวายุ

ดังที่เห็นได้ว่า รูปแบบที่สอง ให้ความหมายเดียวกันกับ รูปแบบที่หนึ่ง ต่างกันเพียงความยาวและความน่าสนใจ อย่างไรก็ตาม การเพิ่ม [ชื่อเวทมนตร์] ไม่ได้ทำให้คำร่ายดูดีขึ้นเสมอไป บางครั้งกลับทำให้แย่ลงเสียอีก

ข้อแนะนำ คือ ให้อ่านออกเสียงคำร่าย แล้วดูว่าคำร่ายนั้นเมื่อเติม [ชื่อเวทมนตร์] เข้าไปแล้วทำให้การอ่านติดขัดหรือไม่ ถ้าใช่ก็ลองเปลี่ยน [ชื่อเวทมนตร์] หรือเปลี่ยนส่วน [แหล่งพลัง]+[คำสั่ง] ให้เข้ากับ [ชื่อเวทมนตร์] พยายามทำให้คำร่ายอ่านได้ลื่นไหลมากที่สุดนะครับ

มาถึงส่วนของเทคนิคในการเขียนคำร่ายประเภทนี้ครับ วิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้คำร่ายดูโดดเด่น และทรงพลัง คือ เลือกใช้คำให้เหมาะสม

หลักการทั่วไปก็คล้ายกับการเขียน คำร่ายภาษาอังกฤษ ที่อธิบายไปเมื่อคราวที่แล้วครับ พวกศัพท์สามัญ (เช่น ลม ไฟ) หรือคำซ้ำในประโยค (เช่น ผืนดิน เอ๋ย จงแยก ผืนดิน) ถ้าเป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยงการใช้ และเปลี่ยนมาเป็นคำอื่นที่มีความหมายเหมือนกัน เช่น ไฟ ก็เปลี่ยนเป็น เพลิง อัคคี อัคนี หรือเติมให้คำยาวขึ้นเป็น เปลวไฟ ก็ได้ (เช่นเดียวกับ ลม ที่เติมเป็น สายลม)

ถ้าไม่รู้ว่าจะหาคำอื่นที่มีความหมายเดียวกันได้อย่างไรก็ไม่ต้องเป็นห่วงครับ สำหรับศัพท์ภาษาอังกฤษให้เปิดพจนานุกรมไทย-อังกฤษ หรือใช้ออพชั่นหาคำพ้อง (synonym) ในTalking Dict ดังที่ได้เขียนไว้ในบทความครั้งที่แล้ว ...ส่วนผู้ที่ใช้คำร่ายภาษาไทย หากจะเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตฯ หรือดิกชันนารีอังกฤษ-ไทย ก็คงไม่พบคำพ้องอย่างแน่นอน ผู้เขียนจึงขอแนะนำ คู่มือการใช้ภาษาไทยแนวใหม่ คลังคำ ครับ

คลังคำ เป็นหนังสือรวบรวมคำเช่นเดียวกับพจนานุกรม แต่ต่างที่ คลังคำ จำแนกคำเป็นหมวดหมู่ ทำให้เราหาคำที่มีความหมายใกล้เคียงกันได้ง่าย ประโยชน์นอกเหนือจากนี้ คือ สำนวนการเขียนของคุณจะพัฒนาขึ้น มีการใช้คำสวยหรูมากขึ้น และหลีกเลี่ยงปัญหาการใช้คำซ้ำในประโยคใกล้ ๆ กัน ผมคิดว่า คลังคำ เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่นักเขียนควรจะมีติดตัวกันไว้นะครับ (อีกเล่มหนึ่งที่ควรจะมีก็คือ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตฯ สำหรับตรวจสอบความหมายของคำ และวิธีการสะกดคำ) สำหรับข้อมูลของหนังสือ คลังคำ จะลงไว้ท้ายบทความนี้ครับ

กลับมาที่เทคนิค เลือกใช้คำให้เหมาะสม นะครับ เทคนิคนี้ไม่ได้หมายความว่าให้เลือกใช้คำสวยหรูอย่างเดียว แต่ต้องเหมาะสมกับสถานการณ์ด้วย เช่น ต้องการขอพลังจากเทพเจ้า ถ้าผู้ร่ายเป็นมนุษย์หรือสิ่งใด ๆ ที่ศักดิ์ต่ำชั้นกว่า ไม่ควรใช้คำร่ายว่า โซลเอ๋ย จงมอบพลังแก่ข้า เผาผลาญศัตรูให้มอดไหม้ด้วยเพลิงสวรรค์ คำร่ายที่เหมาะสมควรจะแสดงความเคารพบ้าง เช่น อาจใช้ว่า ข้าแต่เทพโซล จิตวิญญาณแห่งเพลิงผู้ยิ่งใหญ่ โปรดประทานพลังแก่ข้า เผาผลาญศัตรูให้มอดไหม้ด้วยเพลิงสวรรค์ เป็นต้น

ต่อไปเรามาดูเทคนิคที่สอง นั่นคือ การใช้สัมผัส

สัมผัสนอก-สัมผัสใน จะช่วยเพิ่มความสละสลวยให้คำร่ายมนตร์ของเราครับ นอกจากนั้นบางครั้งที่เราใช้คำร่ายยืดยาว เมื่อมีการสัมผัสคำแล้วจะทำให้การอ่านลื่นไหลมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะต้องพยายามเขียนคำร่ายให้สัมผัสเสมอไป บางครั้งแค่ใช้คำสวยหรูก็ชนะใจคนอ่านแล้วครับ ถ้าอยากแสดงความสามารถในการสัมผัสคำมาก ๆ แนะนำให้ไปเขียนคำร่ายเป็นกลอนไปเลยดีกว่านะ (แต่กรุณาเขียนให้ตรงตามฉันทลักษณ์ เห็นกลอนมั่วมาเยอะแล้ว) สรุปว่าการใช้สัมผัส ถ้าคิดสัมผัสออกก็ใช้ไป คิดไม่ออกก็ไม่เป็นไร

ข้อดีของ คำร่ายมนตร์แบบขอพลังจากเทพเจ้า คือ คำร่ายมีขนาดยาว เมื่อใช้คำที่เหมาะสมจะทำให้คำร่ายประเภทนี้ดูหรูกว่าคำร่ายประเภทอื่น ๆ และคำร่ายประเภทนี้มีอิสระในการสร้างเวทมนตร์สูงมาก คืออยากได้เวทมนตร์แบบไหนก็เขียนไปได้เลย ต่างกับรูปแบบคำร่ายที่เสนอไปเมื่อครั้งที่แล้ว (ธาตุ+เป้าหมาย+รูปแบบ) ซึ่งจะสร้างเวทมนตร์แปลก ๆ ที่มีการทำงานซับซ้อนออกมาได้ยาก แต่ก็มีข้อดี คือ สั้นกระชับและจำง่ายกว่าคำร่ายแบบขอพลังฯ ถือได้ว่ามีเสน่ห์กันคนละแบบครับ

ส่วนข้อเสีย ก็ขึ้นอยู่กับคนอ่านว่าจะมองอย่างไร บางคนไม่ชอบที่ยืดยาวเกินไป เปลืองเวลาอ่าน บางคนก็ไม่ชอบที่มันดูโบราณ ๆ ชอบคำร่ายภาษาอังกฤษสั้น ๆ มากกว่า (เช่น Fire Bolt, Firaga, Final Blow) ต่างคนก็ต่างใจครับ ผมคิดว่าถ้าผู้แต่งเขียนคำร่ายประเภทนี้อย่างมีชั้นเชิง ก็น่าจะลบจุดด้อยที่ผู้อ่านไม่ชอบได้นะครับ

ก่อนจะจบบทความขอทิ้งท้ายไว้เรื่อง ความสมจริง สักหน่อยนะครับ ถ้าถามว่าเกี่ยวข้องกับบทความนี้ไหม ...เกี่ยวมากเลยครับ เพราะผมสังเกตเห็นว่านิยายบางเรื่องในฉากต่อสู้ นักเวทร่ายเวทที่สุดแสนจะยืดยาว (ประมาณ 1-2 บรรทัดขึ้นไป) แต่น่าแปลกที่อีกฝ่ายไม่ยอมโจมตีขณะร่ายเวทเลย ผมหมายถึงในกรณีที่นักเวทไม่มีโล่ป้องกันใด ๆ ด้วยนะครับ เอ หรือว่าเพราะนักเวทร่ายมนตร์ได้เร็วมากจนโจมตีไม่ทันกันนะ (ร่ายมนตร์เป็นบรรทัดเนี่ยนะ..?) หรืออีกฝ่ายสติปัญญาต่ำเกินไปจนไม่คิดจะโจมตี เรื่องนี้ก็สุดจะคาดเดานะครับ

ความสมจริง จะทำให้นิยายมีน้ำหนัก ดูน่าเชื่อถือ อย่าให้คำว่า แฟนตาซี หมายถึง การหลุดโลกจนไร้เหตุผล ...คนที่สลบไปไม่ได้กินข้าวกินน้ำสามวันสามคืน เมื่อฟื้นขึ้นมาเป็นไปไม่ได้ที่จะมีแรงเดินได้ปกตินะครับ (อาจจะเสียชีวิตก่อนฟื้นเลยด้วยซ้ำ) ...การพูดคุยในนิยายยุคกลาง ไม่น่าจะมีคนใช้ภาษาวัยรุ่น (อิโมติคอนยิ่งไม่ต้องพูดถึง) ดังนั้นก่อนจะเขียนอะไรควรคิดให้ดีก่อนครับ ในนิยายแฟนตาซีเขียนโอเวอร์ได้ก็จริง แต่อย่าลืมว่าเรื่องบางเรื่องต้องอยู่ในกรอบของ ความสมจริง นะครับ

บทความเกี่ยวกับ คำร่ายมนตร์แบบขอพลังจากเทพเจ้า ก็ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ ครั้งต่อไปจะเป็นเรื่องอะไรนั้นก็ขอให้ติดตาม (เพราะผู้เขียนยังไม่รู้เลยว่าจะเขียนอะไรดี...) ถ้าผู้อ่านคนใดมีไอเดียเด็ด ๆ ในเรื่องคำร่ายจะเสนอ ก็สามารถทิ้งข้อความเอาไว้ หรืออีเมลมาที่ woratana [at] hotmail ดอทคอม ได้เลยครับ!

สุดท้ายนี้จะลงข้อมูลหนังสือ คลังคำ สำหรับคนที่ต้องการหาซื้อนะครับ

ชื่อหนังสือ: คลังคำ / จัดทำโดย: ดร.นววรรณ พันธุเมธา

สำนักพิมพ์: อมรินทร์ / ISBN: 974-272-271-4

ราคา: 600 บาท / จำนวนหน้า: 1134 หน้า

ปกสี: เขียวเข้ม / หาซื้อได้ที่: ร้านหนังสือใหญ่ ๆ ทั่วไป วางอยู่ในหมวดภาษาไทย อยู่ใกล้พจนานุกรม ถ้าหาซื้อไม่ได้ให้ไปที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ มีขายแน่ ๆ

*อนุญาตให้นำบทความนี้ไปเผยแพร่ได้ แต่กรุณาลงลิงค์กลับมาที่บลอคของผู้เขียนด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

Woratana (Blog: http://woratana.exteen.com/)

Comment

Comment:

Tweet

open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#20 By ดูหนัง (115.67.50.193) on 2010-10-02 21:37

HI All

#19 By AI (124.157.189.201) on 2010-03-07 13:55

big smile open-mounthed smile confused smile

#18 By โหลดเพลงmp3ฟรี (125.25.41.64) on 2010-02-26 21:11

watch naruto online!!

#17 By naruto episodes (124.157.189.199) on 2010-01-03 13:11

hi all !!

#16 By sears parts (124.157.191.197) on 2009-12-03 09:07

Que se ra

#15 By sears tools (124.157.185.81) on 2009-11-19 15:45

Que se ra

#14 By scratch and dent (124.157.236.46) on 2009-11-12 00:17

ขอบคุณค่ะ

#13 By โหลดเพลง (124.157.236.176) on 2009-10-05 22:50

Que

#12 By sera (124.157.236.176) on 2009-10-03 06:18

โอ้วเจ๋งจริง เท่ไปเลยครับ

#11 By Jewelry Fine Art on 2009-09-27 22:36

ดีๆ

#10 By ดีๆ (124.157.236.229) on 2009-09-21 18:20

ขอบคุณจ้า

#9 By parts (124.157.236.229) on 2009-09-20 23:04

ข้าแต่ภูติแสงทั้ง11 จงสถิตในมือข้า ผลาญค่ำคืนที่มืด

มิด! พิชิตอริร้ายข้าด้วยเทอญ

#8 By toonza (112.142.168.110) on 2009-08-13 22:37

อยากรู้อีกอ่า
บอกเยอะๆอีกได้ไม
อยากรู้cry

#7 By -*- (118.173.3.24) on 2008-04-28 22:10

ความสมเหตุสมผลควรจะมีในทุกเนื้อเรื่อง
เป็นระบบความคิดปกติว่าด้วยตำนานอันมีพื้นฐานจากความจริง

-..-
หลังจากอดข้าวมาสามวันพอได้กลิ่นอาหารก็วิ่งแล่นไปโดยไม่คิดชีวิต....

อันนี้เคยได้ยินบ่อย

#6 By Gathering Urza on 2007-07-09 23:30

คิดเก่งจังครับ

#5 By นายฉิม on 2007-07-09 13:56

ไปหาอ่านตอนเก่าๆ ได้ในRecommendนะครับ

#4 By Woratana (202.28.78.93) on 2007-07-09 11:46

ขอบคุนมากเลยคะสำหรับเทคนิค!!!
ช่วยได้เยอะเลยค่ะ!!
กำลังแต่งนิยายอยุ่เหมือนกัน ต้องการความช่วยเหลืออยู่เอาการเลยละค่ะ ="=

#3 By 「®alunà 」 on 2007-07-09 11:39

แพงไปนิดแต่ได้ประโยชน์นา *-*/
ราคา: 600 บาท / จำนวนหน้า: 1134 หน้า

เอิ้วส์..อันนี้ท่าทางจะต้องหยอดกระปุกหมุก่อนนะคะ

#1 By Annu on 2007-07-09 11:13

Tags

ผมกินมาม่ามาจากญี่ปุ่น - -* (Woratana) View my profile

Recommend