บทวิเคราะห์: ราชาแห่งราชัน

Reviewer: Woratana [http://woratana.exteen.com/]

หลายคนอาจงงว่า ราชาแห่งราชัน เนี่ย ชื่อเกมหรือเปล่า คำตอบคือ ใช่ ครับ แล้วก็อาจมีคนสงสัยว่านี่เป็นบทวิเคราะห์เกมใช่ไหม ขอตอบว่า ไม่ใช่ ครับ

เรื่องนี้เป็นนิยายแปลในเครือสนพ.สถาพรบุ๊คที่คุณ ๆ คงคุ้นหูกันดี (ถ้าไม่รู้จักสถาพรฯ ก็น่าจะรู้จักบารามอส สนพ.เดียวกันครับ) ซึ่งเรื่องนี้สนพ.ทุ่มทุนคลอดออกมาทีเดียว 4 เล่มรวดในงานหนังสือต้นปี50 ดีที่หนึ่งเล่มหนาไม่มากนัก ราว 160 หน้า ราคาก็ประมาณ 140 บาท ถ้าซื้อครบเซ็ตในงานหนังสือยังมีแถมสมุดด้วย

หลังจากที่พี่ที่บู๊ทหว่านล้อมให้ผมเหมาเรื่องนี้ยกเซ็ต เรื่องนี้มีคนติดใจขนาดซื้อเล่มแรกไปแล้วยังต้องกลับมาซื้ออีกสามเล่มเลยนะน้อง พี่แกบอกประมาณนี้ ตอนแรกผมหยิบเล่มหนึ่งอย่างเดียว สุดท้ายตัดสินใจซื้อไปสองเล่มจนได้

พล่ามไปหนึ่งย่อหน้ากลัวว่าจะเบื่อกันเสียก่อน เข้าเรื่องเลยแล้วกัน นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ เกมออนไลน์ ซึ่งหาได้ยาก (มากๆ) ในประเทศไทย เรื่องราวเกี่ยวกับชายคนหนึ่งนามว่า เฉินเฟิง ได้เข้าไปเล่นเกมออนไลน์ชื่อดัง ราชาแห่งราชัน เกมนี้เปิดบริการมาร่วมปีแล้ว และมีผู้ออนไลน์กว่าหนึ่งล้านคน เฉินเฟิงได้พบสิ่งต่าง ๆ มากมายในโลกเกมออนไลน์แห่งนี้

เอาล่ะครับ หมดหน้าที่ของผม (Woratana) แล้ว ต่อไปขอเชิญคุณเพเทล และคุณเร็กซ์ ออกมาวิเคราะห์นิยายได้เลยครับ!

*ทั้งหมดนี้เป็นความคิดส่วนตัวของผู้เขียน ผู้เขียนจะเคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของคุณ แต่คุณก็ต้องเคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของผู้เขียนเช่นกันนะครับ!

*Spoil Warning! ระวังโดนสปอยล์!

(ม่านสีแดงค่อย ๆ เปิดขึ้น พบชายสองคนนั่งอยู่บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยเอกสาร คนหนึ่งเป็นเด็กหนุ่มยิ้มแย้มแจ่มใส ส่วนอีกคนเป็นชายวัยกลางคนหน้าเถื่อนเหมือนเพิ่งไปวางระเบิดรถถังมา)

Petale: สวัสดีฮะ ผม เพเทล และ...

ReX: ข้า เร็กซ์ เราจะมาทำหน้าที่วิเคราะห์นิยายเรื่องนี้ ราชาแห่งราชัน

Petale: ผมเพิ่งมาทำงานครั้งแรก ฝากตัวด้วยนะครับ~

ReX: ฮ่า ฮ่า สุภาพดีนี่ ไอ้หนู ว่าแต่จะเริ่มวิเคราะห์จากอะไรก่อนล่ะ

Petale: เริ่มจากเรื่อง ปก แล้วกันครับ

(เร็กซ์คว้าหนังสือ ราชาแห่งราชัน เล่มหนึ่งกับเล่มสองขึ้นมาดู)

ReX: ภาพสวยเหมือนกันนี่ เส้นพลิ้วมาก อืม ไม่เลวเลย

Petale: ปกเล่มสามผมว่าสวยที่สุดแล้วล่ะ เสียที่ปกหลังดันทำเหมือนกันหมดเลย

(เร็กซ์หยิบหนังสือสองเล่มมาดูอีกครั้ง)

ReX: มีเล่มสามด้วยเหรอ ไหนล่ะ เห็นแต่เล่มหนึ่งกับสอง

Petale: (ยิ้มแหะ ๆ) ไม่มีหรอกครับ แต่ปกในด้านหลังมีรูปปกครบทุกเล่มอยู่น่ะครับ

ReX: เอ้อ จริงด้วยแฮะ...

Petale: หัวข้อต่อไปที่เราต้องวิเคราะห์ก็คือ ชื่อเรื่อง ฮะ

ReX: ราชาแห่งราชัน.. อืม คุ้น ๆ นะว่ามั้ย

Petale: ราชา-ราชัน.. King อ้อ! ชื่อเหมือนเกมออนไลน์ที่มีมาตั้งนานแล้วแต่ไม่ค่อยดังไงล่ะครับ ชื่อ King of Kings นี่แหละ

ReX: แต่ชื่อภาษาอังกฤษของเรื่องนี้ เค้าใช้ Lord แทน King นี่นา

Petale: จงใจตั้งหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ หรือมันจะแค่บังเอิญ...

ReX: เอาเถอะน่า ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก เดี๋ยวคนอ่านเขาก็เอาไปคิดต่อเองนั่นแหละ ไปหัวข้อต่อไปกันเลย

Petale: โยนให้คนอ่านเฉยเลยนะครับ เอางั้นก็ได้ หัวข้อต่อไปคือ เนื้อเรื่อง ครับ

ReX: เนื้อเรื่อง? หมายถึงพลอตเรื่องน่ะเหรอ

Petale: ประมาณนั้นแหละครับ คุณเร็กซ์คิดว่าเนื้อเรื่องดีหรือไม่ดียังไงบ้าง วิเคราะห์ของเล่มหนึ่งก่อนแล้วกันครับ

ReX: ข้าพูดก่อนเหรอ.. ข้าคิดว่าเนื้อเรื่องมันเรียบง่ายไปหน่อยนะ ไม่มีอุปสรรคให้คนอ่านลุ้นเลย คนเขียนเสนอแต่ระบบเกมมากเกินไป ข้าอ่านแล้วกร่อยสุด ๆ เลยล่ะ

Petale: แหม จะพูดขนาดนั้นก็เกินไปครับ เค้าเรียกตัวเอกโชคดีต่างหาก นิยายทุกเรื่องตัวเอกต้องเผชิญกับปัญหา แต่เรื่องนี้ตัวเอกมีชีวิตสุขสบาย อ่านแล้วก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบหนึ่งนะครับ

ReX: นิยายส่วนใหญ่น่ะ จะมีคนจดจำหรือไม่ก็วัดกันที่จุดสูงสุดของเรื่องที่เรียกว่า ไคลแม็กซ์ นั่นแหละ นิยายเรื่องนี้ไม่มีไคลแม็กซ์ที่เด่นชัด ข้ายังไม่รู้เลยว่าเล่มหนึ่งจุดสูงสุดของเรื่องอยู่ตรงไหน ถึงได้บอกว่าเรียบง่ายเกินไปไงล่ะ

Petale: ครับ ๆ ผมก็เข้าใจอยู่หรอก แต่พูดเกินไปเดี๋ยวคนแต่งจะหมดไฟเอานะครับ

ReX: อย่าลืมสิ เรื่องนี้เป็นนิยายแปล คนแต่งไม่ใช่คนไทย อ่านคำพูดเราไม่ออกหรอก

Petale: อ่า นั่นสินะครับ งั้นมาวิเคราะห์เล่มสองกันต่อเลยครับ คุณเร็กซ์คิดว่าแตกต่างจากเล่มหนึ่งยังไงบ้าง

ReX: คราวนี้ให้นายพูดก่อนแล้วกัน เจ้าหนู

Petale: ครับ.. ผมคิดว่าเล่มสองเนื้อเรื่องดูมีสีสันขึ้นครับ ดวงที่ดีสุด ๆ ของตัวเอกเริ่มตกลงมาบ้างแล้ว เลยเจออุปสรรคที่ลำบากมากขึ้นอีกหน่อย เล่มนี้พูดถึงเรื่องสมาคมมากขึ้นครับ ผมเดาว่าต่อไปตัวเอกต้องมีสมาคมของตัวเองไปรบกับฝ่ายตรงข้ามในศึกชิงดินแดนอะไรเทือกนี้แน่เลย แล้วบางทีอาจได้ยอดฝีมือหลายคนอย่างพวกนินจามาร่วมด้วยก็ได้

ReX: ก็เหมือนเกมแร็กนาร็อคที่มีกิลวอร์สินะ อืม เป็นไปได้ ..จะว่าไปก็อิจฉาตัวเอกจริง ๆ มีแต่ผู้หญิงรุมล้อม ฮึ่ม แฮ่!

Petale: ผมก็อิจฉาเหมือนกันล่ะครับ แต่ไม่ใช่เรื่องสาว ๆ นะ อิจฉาที่เขาเจอแต่ตัวละครมีน้ำใจต่างหาก ตัวเอกใจดีให้ของฟรีก็ไม่ยอมรับ ต้องจ่ายเงินคืนให้ได้ ไม่ยอมให้ตัวเอกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเลย

ReX: ฮ่า ฮ่า สังคมเกมต่างประเทศคงสะอาดใสมากเลยสินะ ดีกว่าในไทยตั้งเยอะ เอ นี่นายจะบอกว่าตัวละครไม่มีมิติหรือเปล่าเนี่ย ทุกคนทำตัวเหมือนกันหมด

Petale: ป..เปล่านะครับ คือ..จะว่าไป..มันก็จริง

ReX: ตัวเอกเขาดวงดีมากเกินไปไงล่ะ เจอแต่สิ่งดี ๆ หรือบางทีเหมือนจะร้ายแต่ก็กลายเป็นดี คล้าย ๆ ไข่ในหินของคนเขียนอะไรประมาณนั้น รู้สึกว่ายังไม่เคยโดนฆ่าตาย (ในเกม) เลยนะ

Petale: เอ่อ เรื่องนั้นพอก่อนดีกว่าครับ มาวิเคราะห์เกี่ยวกับตัวละครต่าง ๆ นอกเหนือจากตัวเอกดีกว่า

ReX: รวมพวกมอนสเตอร์ด้วยหรือเปล่าล่ะ

Petale: รวมสิครับ พวกนั้นก็ถือเป็นตัวละครเหมือนกัน

ReX: ข้าคิดว่าชื่อคนกับมอนสเตอร์เหมือนนิยายจีนกำลังภายในไปหน่อยนะ แถมบางชื่อยังแปร่ง ๆ อย่างมอนสเตอร์ระดับราชาที่ตัวเอกเจอ พฤกษไพธอนสารหนูแดง คิดไปได้ยังไงเนี่ย

ReX: แล้วอีกอย่าง ชื่อคนส่วนใหญ่ตั้งได้มีศิลปะมาก (เกินไป) จนไม่คิดว่าเกมออนไลน์ในยุคนี้จะมีใครตั้งชื่อตัวละครแบบนั้น ..หรือที่ประเทศคนเขียนเขาฮิตตั้งชื่อแนวอาร์ตแตกแบบนี้กันหว่า

Petale: โอ พล่ามซะยาวเลยนะครับ สงสัยว่า กลุ่มเป้าหมาย ของนิยายเรื่องนี้เป็นคนที่ชอบนิยายจีนกำลังภายในน่ะครับ เราคงไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายเลยอ่านชื่อพวกนี้แล้วรู้สึกแปลกไปสักหน่อย

ReX: เรื่องนี้เกี่ยวกับเกมออนไลน์ ต้องเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กวัยรุ่นสิ!

Petale: ก็ไม่แน่นะครับ เอาล่ะ หน้ากระดาษใกล้หมดแล้ว เรื่องคำผิดคิดว่ายังไงบ้างครับ

ReX: ข้าอ่านไม่เห็นเจอเลยนี่ ฝ่ายพิสูจน์อักษรสนพ.นี้ฝีมือดีจะตาย

Petale: ไม่มีจุดไหนที่อ่านติดขัดใช่ไหมครับ

ReX: มีบ้าง สำนวนภาษาในเรื่องบางจุดก็น่าจะแปลมาจากสุภาษิตประเทศต้นฉบับตรง ๆ น่ะ เลยอ่านแล้วรู้สึกแปลก ๆ คิดว่าน่าจะใช้สุภาษิตไทยความหมายคล้าย ๆ กันมาเทียบแทน ไม่ก็เรียบเรียงโดยใช้คำที่อ่านแล้วลื่นไหลกว่านี้หน่อย ..อันนี้เป็นเพราะคนแปลนะ แต่เล่มสองเรื่องสำนวนก็ดีขึ้นแล้ว

Petale: คุณเร็กซ์พูดเยอะซะจนไม่เหลืออะไรให้ผมแล้วนะครับ มาที่คำถามรองสุดท้าย..อ่านนิยายเรื่องนี้จบแล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ

ReX: พูดแบบนี้ข้าไม่ตอบก็ได้ ชิ~

Petale: อย่าเพิ่งงอนสิครับ เดี๋ยวหลังเลิกงานจะพาไปเลี้ยงพิซซ่านะ

ReX: (ตาเป็นประกาย) รู้ดีเหมือนกันนี่ไอ้หนู ขอถาดใหญ่หน้าซีฟู้ดนะ เอ้อ เมื่อกี้ถามว่าอะไรนะ

Petale: คุณเร็กซ์อ่าน ราชาแห่งราชัน จบแล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ

ReX: เล่มบาง เนื้อเรื่องไม่สนุกเท่าไหร่ เป็นนิยายที่อ่านได้เรื่อย ๆ ไม่เครียด (เพราะคนอ่านไม่ต้องลุ้น) ถ้าเอาเล่มหนึ่งกับสองมาพิมพ์เป็นเล่มเดียวน่าจะช่วยกันฉุดไม่ให้น่าเบื่อได้นะ

Petale: ตรงไปตรงมาเกินไปมั้งครับ.. ราคาแค่เล่มละ 140 ถ้าเล่มหนาสนพ.ก็ขาดทุนสิครับ แล้วถ้าพิมพ์รวมกันสองเล่มราคาก็ขึ้น น่าจะขายยากขึ้นนะครับ

ReX: นิยายทั่วไปก็เล่มละ 200-300 บาท ไม่ใช่เหรอ แล้วสนพ.นี้หนังสือก็ไม่แพงด้วย เอาสองเล่มมาพิมพ์รวมกันจะได้ประมาณ 300 หน้า ราคาไม่น่าจะเกินเล่มละ 200-250 บาท

Petale: นิยายแปลคงมีค่าลิขสิทธิ์ที่ต้องจ่ายให้ทางโน้น+ค่าแปล ด้วยล่ะมั้งครับ เลยแพงหน่อย

ReX: ก็คงงั้นแหละ

Petale: หน้ากระดาษจะหมดจริง ๆ แล้วครับ คำถามสุดท้ายของเรา ถ้าให้คะแนนนิยายเรื่องนี้ เต็ม 10 ให้กี่คะแนนครับ

ReX: ดี ๆ ข้าหิวแล้ว คะแนนของ ราชาแห่งราชัน ก็.. เล่มแรก 6 คะแนน เล่มสอง 8 คะแนน

Petale: ส่วนผม ให้เล่มแรกกับเล่มสอง 8 คะแนนเท่ากันครับ

ReX: ไปกินพิซซ่ากันได้หรือยัง แฮ่~!

Petale: ผมขอตัวไปก่อนนะครับ แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีครับ!

*****************

บทวิเคราะห์เรื่องนี้อาจมีหลายคนไม่เคยอ่าน เพราะเป็นนิยายแปลซึ่งผม (Woratana) ไม่เคยมาวิเคราะห์ ถ้าอ่านบทวิเคราะห์แล้วสนใจก็เชิญไปหามาอ่านกันได้นะครับ คราวหน้าจะนำนิยายของนักเขียนไทยมาวิเคราะห์กันบ้าง อยากให้วิเคราะห์เรื่องไหนก็บอกกันมาได้นะครับ (ถ้าส่งหนังสือมาให้ด้วยก็ดีนะ หุหุ)

บทวิเคราะห์ครั้งต่อไป ถ้าไม่ผิดพลาดน่าจะเป็นเรื่อง Orion ของ Mr.Moonlight นะครับ ถ้าสนใจก็ติดตามกันได้ที่บลอคนี้

ย้ำเตือนอีกครั้ง..

*ทั้งหมดนี้เป็นความคิดส่วนตัวของผู้เขียน ผู้เขียนจะเคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของคุณ แต่คุณก็ต้องเคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของผู้เขียนเช่นกันนะครับ!แล้วพบกันใหม่เมื่อผมว่างจากการปั่นนิยาย~ไปแย่งสองคนข้างบนกินพิซซ่าก่อนล่ะครับ!

ก็จบกันไปแล้วนะครับ สำหรับการวิเคราะห์ของคุณเพเทลกับคุณเร็กซ์ ต่อไปอาจจะมีแขกรับเชิญท่านอื่นมาร่วมวิเคราะห์กันอีกนะครับ

Woratana [woratana [ณ] เมลร้อนดอทคอม]

*หมายเหตุ: อีเมล << เขียนแบบนี้ ไม่ใช่ อีเมล์ นะครับ อันนั้นอ่านว่า อี-เม (ไม่ได้ด่าคนอ่านที่ชื่อ เมเน้อ~)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้... คุณถูก "บังคับซื้อ" หรือคะนี่?

แปลกจัง ทีคุณมานั่งวิจารณ์หนังสือที่คุณถูกบังคับซื้อ (แถมเท่าที่ดูจากคำวิจารณ์แล้วอ่านไม่ครบอีกตะหาก)...

ดิฉันอ่านเรื่องนี้ทั้ง 4 เล่ม มาไม่ต่ำกว่า 20 รอบแล้ว ดิฉันยังไม่เบื่อเลยค่ะ เพราะอ่านไปขำไปตลอด...

แปลกที่คุณไม่พบจุดนี้...

2. เรื่องนี้เสนอเกมส์มากไป?...

ดิฉันเป็นคนไม่เล่นเกมส์ออนไลน์นะคะ ถ้ามันเสนอแค่เกมส์ แล้วสู้ๆ กันอย่างคนสิ้นคิด ดิฉันคงไม่อ่านหรอกค่ะ

ที่ดิฉันสนใจกลับเป็นบุคลิกของแต่ละตัวละคร ซึ่ง โดดเด่น และน่าสนใจมากกว่า ส่วน เกมนั้นเป็นเพียงส่วนประกอบค่ะ

แต่อย่างที่คุณว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียง "ความคิดเห็นส่วนบุคคล" ที่ดิฉันคิดเท่านั้น ดิฉันคงจะไม่ ก้าวก่าย ความคิดเห็นของคุณที่อ่านเรื่องนี้ยังไม่จบเด็ดขาดค่ะ

สวัสดี

#2 By หอมนวล (202.57.156.233 /192.168.104.31) on 2007-06-04 11:18

ผมไม่ได้วิจารณ์
ขึ้นชื่อว่า "บทวิเคราะห์" นะครับ

#3 By woratana (202.28.78.93) on 2007-06-04 12:24

เราให้เรื่องนี้สนุกสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยไม่ได้น่าเบื่อด้วย ไม่งั้นเราจะอ่านหลายรอบหรอ เราว่านะคนที่อ่านแล้วไม่หนุกนี้มันก้อยังไงๆอยุ เปงคนแปลกจิงนะเทอที่ไม่เห็นความสามารถในการแต่งของเค้า มันอาจจะเอามาจากเกม แล้วไงล่ะ เฉินเฟิงเขาตกงานนะคุณ โชคดีเหรอเนี่ย แล้วสาวๆก้อเอาเปรียบเค้าจะตาย อิจฉาเข้าไปได้ไง สุดท้ายยืนยันนั่งยันว่าเรื่องนี้สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆค่า..........ทุกท่านเราก้อเปงคนชอบอ่านนิยายทุกแนวนะที่บ้านมีหนังสือเยอะมากเพราะฉะนั้นเราไม่เคยโกหกใคร แม้สำนักพิมนี้จะมีบางเรื่องไม่หนุกแต่เรื่องนี้หนุกของจิง สาบานได้

#4 By ง่ะจัง (58.136.17.206) on 2007-06-04 18:52

ขอยืนยันนั่งยัน กับนอนยัน เลยนะค่ะว่า ราชาแห่งราชันนั้น เป็นนิยายที่สนุกมากๆๆๆ ส่วนใหญ่แล้วจะสดแทรกด้วยความ ฮา !!! ทำให้เราอ่านสนุก ไม่เครียด แถมยังได้รู้จักภาษิตแปลกด้วยนะค่ะ เราอยากบอกว่ามันสนุกสุดๆๆๆเลยค่า!!!!!!!!!

#5 By g.ice (203.209.91.199) on 2007-06-04 21:32

เอาล่ะ...เขียนเสร็จแล้ว

จะขอ

#6 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-04 22:35


5. ความสมเหตุสมผลของเรื่อง

นี่เป็นประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากนิยายเรื่องใดขาดความสมเหตุสมผลที่จะทำให้ผู้อ่าน

#7 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-04 22:37


6. ไคลแม็กซ์

เรื่องนี้ในแต่ละเล่มจะมีจุดไคลแม็กซ์อย่างน้อยเล่มละ 1 จุด โดยในเล่ม 1 จุดไคลแม็กซ์มีดังนี้

ตอนที่ 1 ตอนที่พระเอกปราบพฤกษ์ไพธอนสารหนูแดงได้แบบฟลุ้คๆ
ตอนที่ 5 ตอนที่พระเอกเอาชีวิตรอดจากการถูกฝูงหมาป่าล้อมโจมตี และได้ทักษะใหม่มา
ตอนที่ 10 ตอนที่จับวานรขนทองได้


ในเล่ม 2 มีจุดไคลแม็กซ์ดังนี้

ตอนที่ 3 ตอนที่พระเอกพาสามสาวฝ่าวงล้อมฝูงลิงค้างคาว
ตอนที่ 6 เมื่อพระเอกได้พบกับเทพมังกรสัตรงค์ และได้อาชีพนินจา



7. ปมต่างๆ ภายในเรื่อง

เรื่องนี้ผู้เขียนได้ทิ้งปมเอาไว้เยอะมากๆ ที่มองเห็นในเล่ม 1-2 ได้แก่

- ไข่สัตว์เลี้ยงชั้นสูงทั้ง 4 ใบจะฟักออกมาเป็นตัวอะไรบ้าง มีความสามารถอย่างไร เลเวลเท่าไหร่

- เมื่อพระเอกได้อาชีพนินจาแล้ว ด้วยนิสัยไม่ขี้เหนียวในการบอกข้อมูลของพระเอก สถานะของสมาคมนินจาจะเป็นอย่างไรต่อไป

- แนวทางในการเป็นนักเล่นเกมอาชีพของพระเอกจะเป็นไปในทางไหน

- บทบาทของเลเอทท์และครุโฬจะเป็นอย่างไรต่อไป

- สุดท้ายพระเอกจะได้อาชีพกี่อาชีพ

- ดาบโกมุทกับสร้อยคอที่ได้จากพฤกษ์ไพธอน จะปลดผนึกได้เมื่อไหร่

- แส้เทพสีหราชฯที่มีพลังโจมตีแค่ 1 มีประโยชน์อะไร

- การที่พระเอกขายระเบิดแสงกับระเบิดควันรวดเดียวมากขนาดนั้น พระเอกจะโดนพวกนินจาอาวุโสที่อาศัยการสร้างไอเท็มนี้หากินอัดเอาหรือเปล่า และจะโดนเมื่อไหร่

- การที่เป็ดไก่ในละแวกหมู่บ้านอิวะโดนเซียวหยาว วิหารฯ ระลอกฯ จับถอนขนไปหมด จะก่อให้เกิดภัยธรรมชาติอะไรกับหมู่บ้านอิวะ

#8 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-04 22:38


8. มุกตลกภายในเรื่อง

เรื่องนี้คนเขียนมีอารมณ์ขันมากๆ เนื้อเรื่องจะมีมุกตลอดสอดแทรกอยู่แทบจะตลอดเวลา แถมเป็นมุกตลกที่ไม่ซ้ำกันและไม่แป้กเลยสักมุก ตัวอย่างเช่น

- ตอนเริ่มเรื่องที่พระเอกต้องตั้งชื่อเพื่อเข้าไปเล่นในเกม แต่ไม่ว่าจะเลือกใช้ชื่อไหน ก็โดนบอกว่ามีคนใช้ไปแล้วทั้งนั้น แม้กระทั่งชื่อ อะไรก็ได้ , ไม่สบอารมณ์ , งี่เง่า , ปลอม , หลอกลวง , นิรนาม , นาย ก. ผู้ผ่านทาง , ฉันอยากออกจากเกม , ไอ้บ้า จนทำเอาพระเอกชักโมโห และสุดท้ายก็ต้องใช้ชื่อของตัวเองลงทะเบียน

- จากเนื้อเรื่องในเล่ม 1 ตอนที่ 1 วิธีการใช้คำบรรยายแบบมีอารมณ์ขัน

- - ปกติแหวนหรือกำไลมักจะเป็นที่ซ่อนของเมนูเกม น่าเสียดายที่ค้นทั่วตัวแล้วไม่ยักพบอะไรอื่นอีกเลย เกมที่ได้ชื่อว่ามีผู้ออนไลน์ร่วมเล่นพร้อมกันถึงล้านคนมันช่างขี้เหนียวกับมือใหม่อะไรอย่างนี้ ! แค่นั้นยังพอทำเนา นี่เขาเข้ามาในเกมตั้งเป็นนานสองนาน ยังไม่เห็นแม้แต่เงาใครสักคน แล้วคนล้านคนที่ว่าไปมุดอยู่ที่ไหนกันหมด ?

- - ความสุขไม่มาซ้ำ ความทุกข์ไม่มาเดี่ยว แม้กองทัพหนอนยักษ์จะคืบคลานเข้ามาอย่างเชื่องช้า แต่จำนวนของมันมีมากเกินไป หลังจากพลาดโอกาสหนีในตอนแรก เฉินเฟิงก็ค้นพบความจริงอันเจ็บช้ำว่าตัวเองหมดทางหนีเสียแล้ว

ความสุขไม่มาซ้ำ ความทุกข์ไม่มาเดี่ยว แม้กองทัพหนอนยักษ์จะคืบคลานเข้ามาอย่างเชื่องช้า แต่จำนวนของมันมีมากเกินไป หลังจากพลาดโอกาสหนีในตอนแรก เฉินเฟิงก็ค้นพบความจริงอันเจ็บช้ำว่าตัวเองหมดทางหนีเสียแล้ว

เขาถอยหลังไปทีละก้าวๆ กองทัพหนอนก็บีบวงล้อมแคบเข้าๆ อย่างไม่มีการเกรงอกเกรงใจ และแล้วเฉินเฟิงก็มองเห็นหนทางรอดอย่างกะทันหัน !

เขาเล็งต้นสนทางขวามือเขม็ง แล้วรวบรวมกำลังกระโดดพรวดขึ้นไปเกาะลำต้น ไต่แผล็วๆ ขึ้นไปสูง ๗ ฟุตในพริบตา

แม้ข้างล่างจะเต็มไปด้วยหนอนเขียว แต่โชคดีที่หนอนอ้วนพวกนี้ปีนต้นไม้ไม่เป็น พลังแฝงของมนุษย์นี่ดูถูกไม่ได้จริงๆ พอเกิดอันตรายคุกคามชีวิต คนไม่เคยปีนต้นไม้มาก่อนอย่างเฉินเฟิงถึงกับปีนได้ไวไม่แพ้ลิงเลยทีเดียว

สองมือเฉินเฟิงกอดลำต้นไม้แน่น ปากร้องด่าอย่างสุดทน

#9 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-04 22:40

9. ประเด็นแอบแฝงต่างๆ ภายในเรื่อง

เรื่องนี้ หากมองในแง่ลึกแล้ว ก็คือนิยายสะท้อนและเสียดสีในโลกความจริงผ่านทางสังคมในเกมนั่นเอง และสิ่งที่สะท้อนให้เห้นในเล่ม 1-2 ก็คือ

- มีคนมากมายที่เวลาอยู่ในโลกความจริงแล้วสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยให้ทำในหลายๆ สิ่งที่อยากจะทำ ตัวอย่างเช่นตัวเอกของเรื่องนี้ที่ก่อนจะตกงาน เขาเป็นนักวิศวกรรมประจำของบริษัทแห่งหนึ่ง และทำงานยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาได้คบหาสมาคมกับใคร มีชีวิตอยู่ไปวันๆ อย่างเย็นชาเนื่องจากสภาพแวดล้อมหล่อหลอม พอเขาได้เข้ามาเล่นในเกม เขาก็มีโอกาสได้แสดงความมีน้ำใจอันเป็นอุปนิสัยที่แท้จริง และได้คบเพื่อนมากมายเพราะในการผจญภัยในเกม หลายครั้งที่จำเป็นต้องไปกันเป็นกลุ่ม

- ดูเผินๆ อาจจะเหมือนว่าพระเอกพบเจอแค่คนดีๆ ทั้งนั้น แต่ในความเป็นจริง ตอนที่พระเอกกำลังโด่งดังในเกาะเริ่มต้น เขาถูกพวกมือใหม่จำนวนมากมาห้อมล้อมถามโน่นถามนี่ บางคนก็มาขอไอเท็มอย่างหน้าด้านๆ ซึ่งคนประเภทนี้มีอยู่ในเกมจริงๆ พระเอกไม่ได้คบคนพวกนี้เลยสักคน แถมคนพวกนี้ยังถึงขนาดทำให้เขาไม่นึกอยากจะเจอหน้าผู้เล่นคนอื่น นั่นก็คือไม่คิดจะคบใครในเกมเป็นเพื่อน จนกระทั่งเขาได้ไปพบกับเซียวหยาวและวิหารจันทราเทพตอนไปรับเควสที่เมืองชิงจ้าง ส่วนพวกตัวแทนจากสมาคมต่างๆ นั่น ที่ใส่ชื่อพระเอกในช่องเพื่อนก็เพื่อที่จะชักชวนเข้าสมาคมของตัวเอง เป็นการกระทำเพื่อผลประโยชน์ล้วนๆ และตรงนี้ก็มีกล่าวถึงอยู่แล้วในเล่ม 2

- ระบบผูกขาดของสมาคมต่างๆ เป็นการสะท้อนถึงระบบผูกขาดหลายๆ อย่างในสังคมของโลกความจริง โดยเฉพาะในระบบธุรกิจ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ได้ผลประโยชน์คือพวกสมาคมย่อมจะพยายามรักษาผลประโยชน์ของตัวเองอย่างสุดความสามารถ ขณะที่กลุ่มผู้เสียผลประโยชน์แม้จะมีจำนวนมากกว่าพวกที่เอาเปรียบ แต่เพราะไม่สามารถจะรวมตัวกันติด จึงไม่สามารถจะตอบโต้หรือทำอะไรได้ เพราะใครๆ ก็อยากจะได้ผลประโยชน์ แต่ไม่อยากเอาตัวเข้าแลกกันทั้งนั้น และมักแต่จะหวังให้มีฮีโร่ลุกขึ้นมาช่วยพวกตัวเองผดุงความยุติธรรมโดยที่พวกตัวเองแค่ยืนดูอยู่เฉยๆ โดยไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น เพราะกลัวจะเจ็บตัวหรือโดนหางเลข

- แม้สภาพแวดล้อมจะทำให้คนเราเห็นแก่ตัวมากขึ้นทุกที แต่คนดีๆ ก็ยังมีอยู่เสมอ และการที่ได้พบคนนิสัยดีที่หาได้ยากในสมัยนี้ มักทำให้คนที่มีความเห็นแก่ตัวน้อยหน่อยรู้สึกดีและอยากจะปกป้องคนดีที่มีน้อยนี้เอาไว้ เพราะการได้อยู่ใกล้คนนิสัยดีจะทำให้เราสามารถละความเห็นแก่ตัวและมีความเป็น

#10 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-04 22:41


10. ลักษณะเด่นของตัวละคร

เรื่องนี้มีตัวละครเยอะมาก ตั้งแต่ผู้เล่นยัน NPC ไปจนกระทั่งเหล่าผู้ออกแบบเกมที่จะเริ่มปรากฏตัวในเล่ม 4 ทุกตัวละครต่างก็มีบุคลิก อุปนิสัยที่แตกต่างกัน นั่นคือต่างก็มี

#11 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-04 22:43

11. พัฒนาการของตัวละคร

ตัวละครที่จะมองเห็นพัฒนาการได้อย่างชัดเจนจะต้องเป็นตัวละครที่มีบทบาทมากพอสมควร และในเรื่องนี้ตัวละครที่มองเห็นพัฒนาการได้อย่างชัดเจนในเล่ม 1-2 ได้แก่

เฉินเฟิง จากเดิมทีที่ไม่ค่อยจะรู้จักการคบเพื่อนใหม่สักเท่าไหร่ เอาแต่อยู่คนเดียว การได้คบกับเซียวหยาวและวิหารจันทราเทพ ได้ไปผจญภัยด้วยกัน ทำให้เขาเปิดใจกับการคบเพื่อนในเกมขึ้นมาก และจากเดิมที่มาเล่นเกมแบบมือใหม่เอี่ยมอ่องที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการค้นคว้าหาทักษะในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งมีสาเหตุมาจากเดิมทีหมอนี่ก็เรียนมาทางสายวิทย์และชอบการค้นคว้าทดลองพลิกแพลงหาแนวทางใหม่ๆ อยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถึงอย่างนั้นในหลายๆ เรื่องที่ชาวบ้านเขารู้กันดี เฉินเฟิงก็ยังซื้อบื้ออยู่เหมือนเดิม

เซียวหยาว จากเดิมที่ยึดติดในสมาคมอย่างสุดๆ พอได้อยู่ร่วมกับเฉินเฟิงที่มีอะไรก็บอกหมดอย่างไม่ปิดบัง ทำให้เธอรู้สึกตัวว่าเธอไม่เคยแม้แต่จะบอกความลับของอาชีพนินจาให้วิหารจันทราเทพเพื่อนซี้รู้เลย แถมเธอยังไปห้ามไม่ให้เฉินเฟิงบอกความลับเกี่ยวกับทักษะอาชีพนินจากับวิหารฯอีกต่างหาก ทำให้เธอรู้สึกละอายใจมาก และไม่ยึดติดกับสมาคมมากเท่าเดิม

ส่วนวิหารจันทราเทพนั้น พัฒนาการของเธอจะมองเห็นตั้งแต่เล่ม 5 ไป

สิ่งที่มองเห็นได้ชัดเจนอีกอย่างคือความสนิทสนมของเฉินเฟิงกับเซียวหยาว วิหารฯ และระลอกน้ำ ที่พอสนิทกันมากเข้า ความเกรงใจก็ลดน้อยลง และเฉินเฟิงก็กลายเป็นเบ๊ของพวกสาวๆ ไปอย่างเต็มตัว เวลามีปัญหาอะไรยากๆ ก็โยนมาให้เขาแก้ตลอด พอเฉินเฟิงไม่ยอมแก้ ก็โดนบังคับขู่เข็ญจนต้องยอมเป็นคนคิดแก้ปัญหาจนได้


12. ข้อเสียภายในเรื่อง

การที่ผู้เขียนชอบเขียนข้ามฉากบางฉาก แล้วค่อยมาย้อนอธิบายภายหลัง ทำให้ผู้อ่านรู้สึกงงๆ บ้าง แต่ตรงจุดนี้ไม่มีให้เห็นอย่างชัดเจนในเล่ม 1-2


ยินดีที่ได้ร่วมแสดงความเห็นวิเคราะห์ค่ะ ^____^


#12 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-04 22:44

ขออนุญาตซ่อนคอมเม้นท์ที่ 1 นะครับ เพื่อความรวดเร็วในการอ่าน

ยกมาลงไว้ตรงนี้ก็แล้วกัน

คอมเม้นท์ที่ 1
พอดีแวะมาเห้นเข้า ขอบคุณค่ะที่เห็นความสำคัญถึงขนาดนำมาวิจารณ์ ในฐานะผู้แปล ซึ่งไม่ใช่ผู้เขียน ก็ถือเป็นผู้อ่านคนหนึ่ง ความคิดเห็นย่อมจะมี แต่ยังไม่ว่างเขียน อย่างไรจะเอาความเห็นของผู้อ่านที่เคยเล่นเกม KOK มาลงให้ดูก็แล้วกันค่ะ
จาก
หลินโหม่ว
....
(แล้วคอมเม้นท์ที่ 1 ก็นำข้อคิดเห็นมาลง กรุณาลงเป็นลิงค์แทนนะครับ มันยาวเกินไป)

ขอบคุณครับ
ขอบคุณที่มาแสดงความคิดเห็นนะครับ

'เม้นท์ 2

ดิฉันคงจะไม่ ก้าวก่าย ความคิดเห็นของคุณที่อ่านเรื่องนี้ยังไม่จบเด็ดขาดค่ะ

Woratana: ขอโทษ แต่คุณเอาอะไรมาสรุปว่าเรื่องนี้จบแล้ว... หรือนิยายชุดนี้ 4 เล่มจบครับ? นิยายแต่ละเล่มน่ะ "ควรจะ" มีบทสรุปในตัวมันเอง ตัวอย่างคงไม่ต้องยก เพราะเห็นได้ทั่วไปอยู่แล้ว หรือว่านิยายเรื่องนี้จะดีได้ต้องอ่าน 4 เล่มครับ..?

แต่'เม้นท์ที่ 3...

เปงคนแปลกจิงนะเทอที่ไม่เห็นความสามารถในการแต่งของเค้า

Woratana: บอกตอนไหนครับ..? เห็นน่ะเห็น เพียงแต่มีข้อขัดแย้งเท่านั้นเอง แค่นั้นก็ถือว่าแปลกด้วยเหรอครับ
การที่มีคนคิดเห็นไม่เหมือนกับคุณมันก็เรื่องธรรมดาไม่ใช่เหรอครับ

ขอบคุณ คุณหลินโหม่ว สำหรับบทความดี ๆ นะครับ

ขอบคุณครับ
ฮัลโหลๆๆ เทสต์ ^__^

#15 By Linmou (202.142.210.129) on 2007-06-05 12:47

คอมเมนท์ที่ 13

(แล้วคอมเม้นต์ที่ 1 ก็นำข้อคิดเห็นมาลง กรุณาลงเป็นลิงค์แทนนะครับ มันยาวเกินไป)

#16 By Linmou (หลินโหม่ว) (202.142.210.129) on 2007-06-05 12:48

ได้เลยค่ะ นี่ค่ะ Link http://my.dek-d.com/linmou/story/view.php?id=261393

#17 By Linmou (หลินโหม่ว) (202.142.210.129) on 2007-06-05 12:49

Link ต่อ http://my.dek-d.com/linmou/story/view.php?id=279158

#18 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-05 12:50

http://www.satapornbooks.com/webboard-topic.asp?id=1729&webid=1

#19 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-05 12:51

จากคอมเมนท์ที่ 14

#20 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-05 12:51

Woratana : ขอโทษ แต่คุณเอาอะไรมาสรุปว่าเรื่องนี้จบแล้ว...หรือนิยายชุดนี้ 4 เล่มจบครับ? นิยายแต่ละเล่มน่ะ "ควรจะ" มีบทสรุปในตัวมันเอง ตัวอย่างคงไม่ต้องยก เพราะเห็นได้ทั่วไปอยู่แล้ว หรือว่านิยายเรื่องนี้จะดีได้ต้องอ่าน 4 เล่มครับ..?

#21 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-05 12:52

หลินโหม่ว : ขออภัยค่ะ คิดว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิดบางอย่างเกี่ยวกับ "นิยาย" กระมัง เพราะนิยายนั้นมีหลายหลายรูปแบบ หลากหลายสไตล์การแต่ง กว้างไกลไร้ขอบเขตแล้วแต่จิตนาการของผู้เขียน และนิยายหลายๆ เรื่องที่มีหลายเล่มจบ ก็ไม่จำเป็นต้องมีบทสรุปในตัวมันเองในแต่ละเล่ม อาทิเช่นนิยายของคุณพนมเทียน ได้แก่

#22 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-05 12:52

เรื่องเพชรพระอุมา เป็นตัวอย่างที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดเพราะคนรู้จักกันมากว่าเป็นนิยายที่ยาวที่สุดในโลกขนาดลงในกินเนสบุ้คมาแล้ว ซึ่งนิยายเรื่องนี้ในแต่ละเล่มจะไม่มีบทสรุป แต่จะมีบทสรุปของ "แต่ละตอน" แทน โดยแต่ละตอนจะมี 4 เล่ม และภาค 1 ก็ประกอบด้วย ตอนไพรมหากาฬ ตอนดงมรณะ ตอนอาถรรพณ์นิทรานคร ตอนจอมผีดิบมันตรัย ตอนป่าโลกล้านปี และตอนแงซายจอมจักรา

#23 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-05 12:53

เรื่องเล็บครุฑมี 8 เล่มจบ นี่ก็แบ่งเป็น ตอนพยัคฆ์ร้าย 666 และตอน นรกจางซูเหลียง โดยมีตอนละ 4 เล่มเช่นกัน

เรื่องมัจจุราชสีรุ้ง มี 13 เล่มจบ แบ่งเป็นตอน สิงห์สาวแห่งสาละวิน , ธิดาพญายม , มฤตยูผู้โสภิณ และตอนนรกแตก

#24 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-05 12:53

เรื่องศิวาราตรี 4 เล่มจบ เนื้อหาต่อเนื่องกันหมดไม่มีการแยกสรุปเป็นเล่มๆ เหมือนเรื่องยาวรวดเดียวเล่มเดียวจบ เพียงแต่เพราะมันยาวเกินกว่าจะยัดพิมพ์ลงใน 1 เล่มได้ จึงต้องแบ่งซอยเป็น 4 เล่มนั่นเอง

รัตติกาลยอดรัก มี 4 เล่มจบ เนื้อหาต่อเนื่องกันหมดไม่มีการแยกสรุปเป็นเล่มๆ เหมือนเรื่องยาวรวดเดียวเล่มเดียวจบ เพียงแต่เพราะมันยาวเกินกว่าจะยัดพิมพ์ลงใน 1 เล่มได้ จึงต้องแบ่งซอยเป็น 4 เล่มนั่นเอง

#25 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-05 12:54

นิยายหลายเล่มจบที่เป็นของนักเขียนท่านอื่นก็เช่น

ความลับบนแหลมไซไน , เกรรี-มายรี และอีกหลายเรื่องของของ โสภาค สุวรรณ
นางทิพย์ ของ แก้วเก้า
ปริศนา ของ ว ณ ประมวลมารค
เลือดขัตติยา , สุริยวรมัน , ดั่งดวงหฤทัย , มงกุฏที่ไร้บัลลังก์ , คู่กรรม , สายใจ ฯลฯ ของทมยันตี
สางเขียว (จำผู้เขียนไม่ได้) 3 เล่มจบ
เขาวานให้หนูเป็นสายลับ ของ พัดชา 2 เล่มจบ
ผัวเชลย , เมียทาส , ปลายทางฝัน , วิหคเหินฟ้า ฯลฯ ของจามรี พรรณชมพู
มังกรหยกทุกภาค , เดชคัมภีร์เทวดา , อุ้ยเสี่ยวป้อ , แปดเทพอสูรมังกรฟ้า , จิ้งจอกอหังการ์ ฯลฯ ของกิมย้ง
เทียนฮุดเจี้ย , แดงทั่วธาร และนิยายทุกเรื่องของลิ้วชั้งเอี้ยง
บัณฑิตนิลกาฬ , หลักโลหิต , อัจฉริยะหน้าหยก และนิยายเรื่องอื่นๆ ทุกเรื่องของตั้งแชฮุ้น
ยอดบุรุษเหล็ก , จอมโจรโคมแดง , บัญชานางกาลี ของเซียวอิด
เหล็กคลั่งเลือด , เลือดหลั่งสุดปลายฟ้า , ผามหากาฬ ฯลฯ ของฮุ้นตงงัก
เซียวฮื้อยี้ , ฤทธิ์มีดสั้น , ดาบจอมภพ , เหยี่ยวเดือนเก้า , จอมดาบหิมะแดง ฯลฯ ของโกวเล้ง
นักสู้คะนองศึก , กระบี่ท่องยุทธจักร ของอุนเลี้ยงเง็ก
และอื่นๆ อีกมากมาย

ซึ่งคิดว่าเรื่องที่ร่ายนามมานั้น คุณ Woratana น่าจะเคยอ่านมาทั้งหมดแล้ว และน่าจะทราบรูปแบบการเขียนดี ดังนั้นดิฉันอาจจะเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนก็ได้เนอะ ^^

#26 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-05 12:54

จะว่าไปนิยายกำลังภายและนิยายไทยของนักเขียนรุ่นก่อนกว่า 98% ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น (2% ที่เหลือคือพวกเล่มเดียวจบ) และดูจากประวัติของผู้เขียนเรื่อง "ราชาแห่งราชัน" เขาเป็นผู้ที่ชื่อนชมในนิยายกำลังภายในและผลงานวรรณคดียุคเก่าๆ ก็ไม่น่าแปลกใจอะไรที่เขาจะเขียนตามสไตล์ของนักเขียนที่เขานับถือ จริงไหมคะ ?


ผ่านเรื่อง "นิยายแต่ละเล่มน่ะ "ควรจะ" มีบทสรุปในตัวมันเอง" มาถึงเรื่อง "หรือว่านิยายเรื่องนี้จะดีได้ต้องอ่าน 4 เล่มครับ..?"

อันที่จริง นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเกมเรื่องแรกและเรื่องเดียวที่ตรึงดิฉันให้อ่านแบบถอนสายตาไม่ได้ตั้งแต่ตัวอักษรแรกยันตัวอักษรสุดท้าย ถึงขนาดกระทั่งตอนอ่านรอบที่ 2 จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ (ภาษาจีน) ก็ยังอ่านยันสว่างโดยไม่ง่วงและไม่อยากจะนอนเลยค่ะ

ถึงกระนั้น คนเราก็มีรสนิยมแตกต่างกันไป เรื่องที่ใครๆ พากันบอกว่าสนุก บางคนอาจจะเห็นว่าไม่สนุก ขณะที่เรื่องที่ใครๆ บอกว่าไม่สนุก บางคนอาจจะชอบ ก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น นานาจิตตังค่ะ

หากคุณอ่านนิยายเรื่องนี้เล่มแรกแล้วยังไม่ชอบ ก็แสดงว่ามันไม่ถูกจริตของคุณละมังคะ เพราะความจริงคุณค่าและความโดดเด่นของยายเรื่องนี้มันแสดงออกมาตั้งแต่หน้าแรกที่เริ่มเรื่องแล้วล่ะค่ะ และมันก็เพิ่มทวีขึ้นทุกๆ หน้าด้วย ไม่อย่างนั้นดิฉันจะสามารถเขียนบทวิเคราะห์ออกมาได้ยาวเหยียดขนาดนั้นได้ยังไงกันล่ะ จริงไหมคะ ?

ว่าแต่...บทวิเคราะห์ที่ดิฉันเขียนมาเสียยาวนั้น สิ่งที่เขียนมาล้วนแต่เป็นสิ่งที่คุณไม่ได้พูดถึงทั้งนั้น ทั้งที่มันก็อยู่ในเล่ม 1-2 จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าคุณจงใจที่จะไม่พูดถึงมัน (ซึ่งก็ดูออกจะจงไม่พูดถึงเยอะไปหน่อย) หรือคุณมองไม่เห็นมันกันหรือคะ ?

หากเป็นเพราะคุณจงใจไม่พูดถึงล่ะก็ ถือว่าไม่สมกับเป็นการ วิเคราะห์ อย่างมาก เพราะคุณไม่ได้ วิเคราะห์ อย่างแท้จริง คุณไม่ได้พูดให้ครบทุกประเด็นแบบเจาะลึก แต่ หากเป็นเพราะคุณมองไม่เห็นมันละก็ ครั้งหน้าเวลาจะเขียนบทวิเคราะห์นิยายเรื่องไหน คุณต้องรู้จักอ่านแบบพิจารณาให้ลึกๆ มากกว่านี้แล้วล่ะค่ะ เพราะการจะแยกเรื่องใดเป็นส่วนๆ ได้นั้นจะต้องอ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วนโดยไม่ข้ามเลยและอ่านไปคิดไปหลายๆ รอบจึงจะสามารถทำได้

และถ้าการที่คุณมาเขียนบทวิเคราะห์เรื่องนี้ แปลว่าคุณได้อ่านเรื่องนี้เล่ม 1-2 อย่างละเอียดถี่ถ้วนโดยไม่ข้ามเลยและอ่านไปคิดไปหลายๆ รอบแล้ว ก็ยังมองไม่เห็นบรรดาประเด็นที่ดิฉันเขียนวิเคราะห์มาเลย ดิฉันคิดว่าต่อให้คุณอ่านไปจนจบเรื่อง คุณก็คงไม่มีทางที่จะมองเห็นมันอยู่ดี ขอแนะนำว่าอย่าฝืนอ่านต่อไปเลย มันทรมานเปล่าๆ (อ๊ะ แต่คุณก็คงไม่คิดจะอ่านต่ออยู่แล้วล่ะเนอะ ^___^ )

#27 By หลินโหม่ว (202.142.210.129) on 2007-06-05 12:55

ขอบคุณที่ลบเม้นท์ที่ 2 ของเราทิ้ง

เพราะทำให้รู้ว่า คุณเป็นคนยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นได้มากขนาดไหน

แล้วการตีความว่าคุณยังอ่านไม่จบนั้น เป็นเพราะดูลักษณะที่คุณวิจารณ์ค่ะ...

#28 By หอมนวล (202.57.156.249 /192.168.104.31) on 2007-06-05 13:05

เด็กๆก็งี้แหละค่ะ จะเอาไรมากมายกับ"เด็ก"กันล่ะค่ะ พี่ๆ

#29 By minkeymomo (58.136.68.43) on 2007-06-05 13:11

ที่คอมเม้นท์ที่ 2 หายไปนั้น เหตุเกิดจาก...ผมกดhideผิดครับ ที่จริงต้องhideข้อความที่1 ตอนนี้ทำให้ถูกแล้วล่ะครับ ขออภัยด้วย

คุณหอมหวลกรุณาอย่ากระต่ายตื่นตูม... ตั้งแต่เปิดบลอคมาผมยังไม่เคยลบคอมเม้นท์เลยนะครับ

อ้อ ขอฝากอีกอย่าง ถ้าจะแสดงความคิดเห็นกรุณารวมเป็นอันเดียว หรือแยกก็อย่าแยกเกิน 2-3 โพสนะครับ คอมเม้นท์มันดูเยอะขึ้นก็จริง แต่เนื้อหาก็เท่าเดิม...
(ผมงี้ตกใจมากมาย วันเดียวเพิ่มเกือบ 10 คอมเม้นท์ )

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ครับผม *-*/
เข้ามาอ่านแล้ว ดูเหมือน เจ้าของบล๊อกจะเข้าไม่ถึงเนื้อเรื่องนะ เราคิดว่า อาจจะเป็นที่ประสบการณ์ของคุณด้วยก็ได้ ถ้าอ่านจริงๆ จะเข้าใจว่าเรื่องนี้ผูกปก ผูกพล็อตได้แยบยลชนิดที่ว่า เด็กๆ มัธยมหรือมหาวิทยาลัยทั่วไป เขียนนิยายแฟนตาซีไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเพราะว่า ประสบการณ์ของผู้เขียนมันต่างกัน

การเขียนนิยายเกี่ยวกับเกม จะไม่พูดถึงระบบเกม ก็คงจะเกินไปหน่อย จุดเด่นของราชาฯ ส่วนหนึ่งมาจากระบบเกมนี่เองที่สลับซับซ้อนชวนเวียนหัว ถ้าบริษัทเลจจ์ (จริงๆ ต้องบอกว่าคนเขียนดีกว่า) ไม่วางระบบเกมให้เป็นแบบนี้คงไม่เกิดเรื่องเกิดราวขึ้น การออกแบบระบบเกมทุกอย่างคำนวณไว้หมดแล้ว เพื่อก่อให้เกิดสังคมเกมขึ้นมา ซึ่งเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมหมู่

สังคมเกมมันไม่ต่างจากสังคมปัจจุบันเท่าไหร่หรอก เกมเมอร์จริงๆ เข้าใจดีว่ามันเป็นแบบภาพจำลองโลกจริงๆ ในรูปแบบแฟนตาซีเท่านั้น มันมีความลึก มีเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม แฝงซ่อนอยู่

จริงๆ เราอยากจะบอกว่า คนที่เหมาะจะเล่นเกมออนไลน์ ไม่ใช่เด็ก เพราะเด็กไม่มีวิจารณญาณพอที่จะตัดสินใจอะไรในสังคมอันซับซ้อนได้ แต่อย่างไรก็ตามเกมส์ออนไลน์ก็ต้องมีเด็กเล่นอยู่ดี เพราะเด็กเป็นกลุ่มบุคคลที่ขับเคลื่อนเกมส์ออนไลน์ได้

เด็กผู้เต็มไปด้วยความไม่รู้ ทำทุกอย่างไปตามอารมณ์ สัญชาตญาณ เป็นผู้ตาม มากกว่าจะเป็นผู้นำ ฉะนั้นผู้นำที่ดีในสังคม ไม่ว่าจะในเกมส์หรือในชีวิตจริง ย่อมเป็นคนที่มีประสบการณ์มาก ไม่นับเรื่องสติปัญญาและอุปนิสัยส่วนตัว

เราไม่คิดว่าเรื่องนี้ตื้นแม้แต่นิดเดียว เพราะผู้เขียนวางระบบเกมเอาไว้ได้แยบยล ชนิดคาดคำนวณทุกอย่างไว้ล่วงหน้า ระบบอันซับซ้อนชนิดนี้ บอกความสามารถของผู้แต่งได้เป็นอย่างดี เราจึงคิดว่าใครที่อ่านแล้วบอกว่า เรื่องไม่สนุก น่าเบื่อ ไม่ตื่นเต้น ถ้าอ่านหนังสือไม่เป็น ไม่เข้าใจการวิจารณ์ ก็เป็นพวกประสบการณ์น้อย เกินกว่าจะเข้าใจความลึกซึ้งได้ล่ะนะ (อ๊ะ เราไม่ได้กัดเจ้าของบล๊อกนะ อย่าคิดมากไปล่ะ หึหึ)

เรื่องนี้นอกจากระบบเกมซับซ้อนแล้ว ยังเด่นเรื่องบทสนทนา ความลึกของตัวละคร ตัวละครเรื่องนี้ไม่แบนเลย มีหลายมิติ ทั้งตัวเด่น ตัวรอง สไตล์การเขียนเป็นสไตล์ของนิยายกำลังภายในแต่เขียนในโครงของแฟนตาซีและเกม มันเป็นความสามารถของผู้เขียนชัดๆ นะ

นี่ไม่ใช่นิยายแฟนตาซี แบบ saga ไม่ได้กอบกู้โลก ไม่ได้บุกไปฆ่าปีศาจ แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ สร้างกลุ่ม เครือข่าย สร้างสังคมขึ้นมา

นิยายเรื่องนี้ "ลึก" กว่าที่คุณคิด

คุณเ้จ้าของบล๊อกล่ะ ตื้นเกินกว่าจะเข้าใจมันรึเปล่า ฝากไปคิดด้วยนะ

หุหุ

#31 By หลี่เซิ่งเยว่ (203.113.17.171) on 2007-06-11 22:10

ทำไมชื่อคนคอมเม้นท์ส่วนใหญ่มี ห. ตัวแรกหว่า...

แปลกดี
ก่อนอื่นนะขอชมว่าการใช้ตัวละครสองตัวคุยกันแบบนี้น่ารักดี น่าสนใจ
มาว่ากันเรื่องการให้ความคิดของเรื่องบางนะ
อืมว่าไงดีล่ะ นานาจิตตํ มั้งนะ เพราะแต่ละคนมันก็คนละอย่างอ่ะนะ
แต่สำหรับเราคิดว่าเรื่องนี้เป็นการประสานระหว่างเกมกับนิยายได้ค่อนข้างดี ทำให้รู้สึกถึงอารมณ์ของนิยายและอารมณ์ของเกมก็ยังไม่หายไปด้วย เป็นเรื่องยากเหมือนกันนะที่จะเชื่อมสองเรื่องให้กลมกลืนโดยที่ไม่ทำให้คุณค่าของอย่างใดอย่างหนึ่งลดลงไป(มากเกิน)
ที่น่าคิดคือหนังสือมีตั้ง 11 เล่มมันก็ถูกที่แต่ละเล่มควรมีจุดสุดยอดของเนื้อเรื่องแต่คิดว่าตอนแต่งอาจจะแต่งต่อเนื่องเลยทำให้เวลาตัดออกมาเป็นเล่มหาจุสูงสุดของเรื่องไม่ได้(ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นจุดอ่อน)แต่ว่าก็ถูกทดแทนด้วยบางสิ่งที่มีเสน่ห์ทำให้รู้สึกว่าอยากอ่านเล่มต่อไป (ต่อนนี้เราก็จะลงแดงแล้วถ้าไม่ได้อ่านเล่ม 5 อ่ะนะ 555+)
ตอนนี้ยังตัดสินใจอะไรมากไม่ได้เพราะเรื่องยังไม่จบ หนังยังไม่จบอย่าพึ่งลุกออกจากโรง (สุภาษิตเราเอง มันคุ้น ๆ เหมือนว่าเอามาจากไหนไม่รู้ ใครรู้บอกด้วย ) เพราะมีหลายเรื่องเหมือนกันที่แรก ๆ มาดีตอนจบอยากฆ่าคนเขียน (เช่นการ์ตูนเรื่องชาแมนคิง)อาจเป็นแนวเค้าแต่คนอ่านเจ็บปวด หรือบางเรื่องแรก ๆ ไม่น่าสนใจแต่ตอนไปก็มีอะไร ๆ อีกเยอะ
อย่าพึ่งใจร้อนตัดสินคุณค่าของอะไรทั้งหมด แต่ถ้าเป็นเฉพาะส่วนก็พอได้ แล้วจะพยากรณ์ข้างหน้าอย่างไรก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลแล้วล่ะจ้า

#33 By TruthLuck (61.7.175.82 /61.7.175.82) on 2007-06-18 08:24

หลินโหม่วมาเองใจเย็น ๆ ใจร่ม ๆ ก่อนนะ
พึ่งได้อ่านเม้นท์จริง ๆ จังของทุกคนอ่ะนะ
แหมหลินโหม่วเป็นคนแปลย่อมรู้จักหนังสือเล่มนี้ตั้งกะต้นจนจบดีกว่าใครในปรเทศไทยในตอนนี้
ต้องเข้าใจพวกเราที่ยังอ่านไม่จบด้วยนะ ของแบบนี้ต้องอาศัยกาละและเวลาเพื่อพิสูจน์
นะรอให้เรื่องจบค่อยมาถกกันแบบจริง ๆ จัง ๆ อีกทีตอนนี้ก็ว่ากันไปแบบเรื่อยยังไม่เผ็ดร้อนไปก่อนละกัน
กาละและเวลาจะช่วยบอกอะไร ๆ หลาย ๆ อย่างเอง

#34 By TruthLuck (61.7.175.82 /61.7.175.82) on 2007-06-18 09:38

ตอนนี้เรากะลังอ่านเล่มสามอยู่อ่านแล้วติดเลยง่ะ นอนอ่านยันเที่ยงคืนติดมาสามวันแล้ว หนุกจิงๆ

#35 By เด็กไม่รุอะไรเลย (203.146.213.180 /192.168.55.91) on 2007-06-28 16:03

ทำไมมันทักษะเยอะจังครับอ่านแล้วงงนิดๆๆแต่ก็มันนะครับขอออกมาที่เยอะอย่างตอนแรกก็ดีนะครับพมอ่านไป3-4รอบแล้วอะครับตังแต่เล่ม1-4มีหมดแย้ว

#36 By บาส (61.19.31.10 /192.168.0.224) on 2007-06-28 16:03

หนุกมากกกกคับ

#37 By [S]o[R]a (61.19.67.105) on 2007-10-28 00:27

เรื่องชื่อนี่คนจีนเค้าอาจนิยมแบบนั้นก็ได้นะ
บ้านเต้าอาจไม่แปลก แต่มาเปงบ้านเราแล้วจำยากน่าดู 555

#38 By ขำอะ (161.200.255.162) on 2007-11-05 15:27

เรืองนี้สนุกมากจริงๆเเหละ เราซื้อมา3เล่มแล้วangry smile wink surprised smile open-mounthed smile big smile confused smile cry

#39 By tam kanja (125.27.228.111) on 2007-11-25 17:11

นานาจิตตังเน้อ.. เราชอบเขาอาจไม่ชอบ เราไม่ชอบเขาอาจชอบ เราชอบเขาก็ชอบ เราไม่ชอบเขายิ่งไม่ชอบ
ส่วนตัวก็อ่านครบ 11 เล่มแล้วล่ะน้า
ตอนแรกเราเห็นชื่อเรื่องน่าสนใจดี แต่พออ่านไอ้ที่เขาโฆษณาหลังเล่ม เราก็นึกไปแล้ว ว่ามันเป็นหนังสือเกมเหมือนแร็ค(อารายประมาณนี้อ่ะ)
ซึ่งก็ไม่เคยอ่าน เลยติต่างว่ามันไม่หนุก น่าเบื่อ ~
พอโดนเพื่อนผู้หวังดี ยื่น(ยัด)มาให้อ่าน
ชักจะติดใจในความบ็องส์ของพระเอก แม้เรื่องนี้จะขาด
จุดเด่นบางอย่าง ประมาณจุดประสงค์ของเรื่อง
แต่มีข้อดี ที่เป็นแนวไม่เหมือนใคร (ถ้าลองกลับมาดูนักเขียนไทยทุกวันนี้นะ จะพบได้ว่า มีหนังสือแฟนตาซีหลายเรื่อง ที่แต่งคล้ายๆกัน เนื้อเรื่องก็พอจะอ่านแล้วเดาออกได้ แบบนี่สิที่น่าเบื่อกว่า จิงมั้ย??)
ดังนั้นถ้ามองในทัศนคติของตัวเราน่ะ คิดว่าเราชอบเรื่องนี้ แม้จะดูเหมือนไม่มีจุดประสงค์ ของตัวละคร แต่ก็ถือได้ว่าเป็นนักเขียนรุ่นใหม่ที่สามารถ ครีเอตท์พล็อตเนื้อเรื่องแนวใหม่ให้ฉีกไปจากรูปแบบเดิม
ก็เป็นเสน่ห์แบบหนึ่งน่ะ

#41 By เด็กบนดอย (124.120.94.48) on 2007-12-03 17:47

ผมว่านะคับ วิธีการบรรยายเนื้อเรื่องมันแปลกๆ แต่ถ้าอ่านแล้วก็ไม่ได้น่าเบื่อจนเกินไปอ่ะคับเรื่องนี้ บอกไม่ถูกคับ (ข้อสรุป) อ่านแล้วแปลกๆ แต่ก็สนุกดี

คุณวออ่านด้วยเหมือนกันเหรอคับ?

#42 By €$ (125.25.61.21) on 2007-12-26 20:58

ขอบอกเรย ว่าหนังสือเล่มนี้มัน มัน มัน มัน .... สนุกสุดๆเรยพี่ ขนาดผมไม่ค่อยมีตังยังลงทุดควักเองจ่ายเองซื้อมาอ่านเรย อ่านแล้วไม่เครียดแถมสนุกอีกตะหาก อ่านแล้วเข้าใจง่าย สนุกมากๆ ^__^big smile

#43 By z Z z Z z Z z Z (124.121.64.46) on 2007-12-28 18:51

เป็นนิยายเล่มแรกที่ผมชอบมากเลย น่าจะมีเว็บรวมพลคนชอบนิยายมั่งนะ confused smile

judge_1_1_2538@hotmail.com
ไคชอบราชาแห่งราชันช่วยแอดหน่อยมาเปงเพื่อนคุยหน่อยquestion

#44 By คนคลั่งไคล (61.90.250.17) on 2008-01-09 19:36

ด้วยความที่อ่านราชาแห่งราชันจนครบแล้วขอพูดนิด ที่คุณ วิเคราะห์ก็ถูกนะ ถูกในแง่ไคลแม็กซ์ แต่มันผิวเผินไปมากเลย สำหรับคนที่ยังไม่อ่าน

เรื่องนี้ถูกแปลมาจากภาษาจีน สำนวนหรือภาษาชื่อต่างๆ ถูกนำมาแปลเป็นภาษาไทยชื่อก็แปลกๆไปด้วย ต้องอนุโลม แต่คนแปลก็แปลใช้คำได้สวยสมภาษา ไม่ได้ดูแปลกไปกว่าต้นฉบับแต่อย่างใด สำหรับคนไม่เล่นเกมส์ออนไลน์ เรื่องนี้ก็อ่านเข้าใจได้ไม่ยาก

เนื้อหา บอกตรงๆนะ อ่านนิยายมาก็มาก เรื่องนี้ก็แปลกใหม่ใช้ได้ ตัวเนื้อหาอาจจะไม่ได้มีโฟกัสที่ชัดนัก แต่ก็ใช้การดำเนินเนื้อเรื่อง อุปสรรคต่างๆมาช่วยให้คนอ่านมองเห็นเป้าหมาย ผ่านเพลินได้อยู่ ยังอยากอ่านเรื่องสไตล์นี้อีกเลย งานที่เน้นขายเรื่องราวไม่ได้ขายเรื่องความรัก มีแนวคิดเกี่ยวกับสังคมออนไลน์อยู่บ้าง แต่ไม่มากจนคนไม่เล่นเกมส์ก็ยังรู้เรื่อง สำนวน ชื่อเรื่อง คาแรคเตอร์ หลายๆอย่าง ฉันกลับคิดว่าเรื่องนี้มีสเน่ห์ไปอีกแบบ

#45 By mrwar on 2008-01-16 09:36

เราว่าเรื่องนี้สนุกดีออก อ่านครั้งแรก ก็ชอบเลย
เรื่องนี้บรรยายได้ละเอียดดี ขนาดคนเล่นเกมออนไลน์ไม่เป็นยังเข้าใจระบบของเกมได้ ส่วนเรื่องชื่อต่างๆ มันก็ไม่แปลกที่จะติดสำนวนจีนมาบ้างเพราะมันเป็นภาษาของเขา ซึ่งคนแปลเป็นไทยก็แปลได้โอเคมาก

เป็นเรื่องนึงที่อ่านได้เพลิน ไม่เครียด ไม่เสียดายที่จะควักกระเป๋าซื้อมาเก็บ
แต่อย่างว่าของแบบนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางคนชอบ บางคนอาจไม่ชอบก็ได้

#46 By 009 (124.120.254.145) on 2008-02-22 23:34

ผมอ่านจบแล้วสุดท้ายเฉินเฟิงก็ลงเอยกัยวิหารจันทราเทพครับbig smile

#47 By gar (58.9.188.122) on 2008-04-04 12:47

ง่ะ อ่านแล้วก็สนุกดีนี่คะ

ถาพก็สวยง่ะ อ่านจบแล้วนะนี่ที่บ้านมีครบด้วย55+
อยากให้เพื่อนๆไปหา มนต์อสูร มาอ่านค่ะ

เรื่องนี้ก็สนุกค่ะ

#48 By ฮู้เองค่า (222.123.46.10) on 2008-04-26 14:16

เราชอบตอนที่ มนุษย์หมาป่า ของ เฉิงเฟิง ครั่งอะ มันสุดๆ

#49 By เฉิงเฟิง (117.47.214.127) on 2008-05-02 13:59

big smileสนุก open-mounthed smileตลก confused smileโมโห sad smileดีใจ angry smile tongue embarrassed surprised smile wink double wink cry

#50 By nae (210.1.33.104) on 2008-05-15 11:30

นิยายเรื่องนี้มี 11 เล่มไม่ใช่เหรอ เราว่าเรื่องนี้สนุกมากๆคนเขียนเขาเขียนดีเเล้วนะเราว่าbig smile

#51 By เซียวยยาว (118.172.106.31) on 2008-06-17 14:47

ผมกินมาม่ามาจากญี่ปุ่น - -* (Woratana) View my profile

Recommend

Favourites