มาถึงคำร่ายที่มักพบในนิยายแบบที่สอง นั่นคือคำร่ายมนตร์แบบตัวอักษรนั่นเองครับ

การใช้คำร่ายมนตร์ชนิดนี้เป็นที่นิยมมาก เพราะสามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากเหมือนการใช้ภาพแทน และแม้จะเป็นคำร่ายมนตร์ภาษาต่างชาติ ก็ยังสามารถเขียนทับศัพท์เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษได้ ดังที่เห็นบ่อย ๆ ในนิยายแฟนตาซีทั่วไป

เรื่องวิธีใช้งานคงไม่ต้องพูดถึง เพราะแค่พิมพ์ ๆ เท่านั้น อาจเพิ่มเทคนิคโดยการใช้ตัวหนา ตัวเอียง หรือขนาดตัวอักษรที่ใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง เพื่อทำให้หน้ากระดาษมีอะไรที่แปลกใหม่ขึ้น (แต่วิธีนี้นักเขียนบางคนไม่ชอบเท่าไรนัก เพราะเห็นว่าผิดแปลกจากปกติ)

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ เราจะคิดคำร่ายได้อย่างไร? ดังที่ขึ้นหัวข้อไว้ด้านบนแล้ว

ก่อนอื่นก็ต้องดูก่อนว่าคำร่ายมนตร์นั้นจะใช้เพื่อความสนุกสนานเฮฮาหรือเป็นแบบเอาจริงเอาจัง...

ถ้าเน้นฮา ๆ ก็ไม่ต้องคิดอะไรมากเลยครับ คุณสามารถใช้ภาษาพิสดารมั่วแหลกได้เต็มที่ อ้อ! เอาภาษาประเทศเพื่อนบ้านมาใช้ก็น่าสนใจดีนะครับ แต่คงต้องมีคำแปลด้วย ไม่อย่างนั้นคนอ่านไม่เข้าใจแน่ ๆ

อีกไอเดียหนึ่งที่น่าจะใช้เพื่อความสนุกสนานได้ คือ การเอาอีโมติคอนมาแทนคำร่าย เช่น

(O_O)/ \(o_o) \(o_O)/ /(O_o)\ ~(>.<)~

อาจบอกคนอ่านว่านี่เป็นการร่ายมนตร์โดยใช้ท่าทาง หรือเป็นการเขียนรูปเหล่านี้ลงบนอากาศเพื่อร่ายมนตร์ก็ได้ การร่ายมนตร์ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ต้องท่องคำร่ายเสมอไป จริงไหมครับ

ส่วนกรณีที่ใช้แบบเอาจริงเอาจัง ซึ่งก็คือใช้ในนิยายทั่ว ๆ ไป มีหลากหลายแนวทางให้เลือก ผมจะแยกเป็นข้อ ๆ เลยก็แล้วกัน

1.ภาษาอังกฤษ - วิธีนี้คือการใช้ภาษาอังกฤษแบบเพียว ๆ โดยไม่ได้ปรับแต่ง เช่น Cure, Flame Wing, Thunder Punch, Ice Wall etc.

การใช้คำร่ายมนตร์วิธีนี้ สามารถปรับแต่งให้ดีขึ้นโดยการเปลี่ยนมาใช้คำที่แปลก หรือฟังดูหรูขึ้น ลองเปิดดิกชันนารี ไทย-อังกฤษ หรือใช้ออพชั่นหาคำพ้อง (synonym) ในTalking Dict ก็จะได้ศัพท์ที่แตกต่างจากนิยายทั่วไป

ตัวอย่างเช่น เวทมนตร์รักษา ศัพท์ที่อยู่ในกลุ่มนี้ก็จะมีหลายคำ เช่น Recover, Restore, Cure, Treat เป็นต้น -- คำว่าไฟ ก็มี FireกับFlame หรือจะใช้คำอื่นที่แทนได้ เช่น Phoenix (ฟีนิกซ์) นกเพลิงในตำนาน สำหรับสายฟ้า นอกจากคำว่า Thunder ก็สามารถใช้ Thor ซึ่งเป็นเทพสายฟ้าแทนได้เช่นกัน

ในการเขียนคำร่ายวิธีนี้ มีสองเรื่องที่นักเขียนควรระวังไว้ คือ การสะกดคำ และการตั้งชื่อเวทมนตร์ให้ถูกหลักไวยากรณ์

นักเขียนส่วนใหญ่มักจะสะกดคำที่ผิดเพี้ยนไป ตอนอยู่ในเน็ตยังไม่เท่าไร แต่พอตีพิมพ์ออกมาแล้วจะเป็นปัญหา อาจทำให้คนอ่านจำผิด ๆ ไปด้วยได้ เหมือนกับคำว่า เวทย์ ซึ่งสำนักพิมพ์แปลการ์ตูนใช้ผิดมาตั้งนานจนนักเขียนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่พากันเขียนผิดไปด้วย

เรื่องไวยากรณ์อาจพอให้อภัยกันได้ แต่ใช้ให้ถูกต้องไว้ก็ดีกว่านะครับ เช่น God of Black Tower (พระเจ้าแห่งหอคอยดำ) ถ้าสลับคำเป็น Black Tower of God (หอคอยสีดำของพระเจ้า) ความหมายก็จะเปลี่ยนไปเลย อันนี้เคยอ่านพบในนิยายตีพิมพ์เรื่องหนึ่งครับ

2.ภาษาดัดแปลง ที่เห็นกันบ่อย ๆ คือ การดัดแปลงมาจากภาษาอังกฤษ เพราะคนอ่านจะสามารถทายได้ว่าแต่ละคำนำมาจากคำอังกฤษว่าอะไร ถ้าเกิดใช้ภาษาแปลก ๆ ที่คนไม่ค่อยรู้กันอยู่แล้วก็คงไม่จำเป็นต้องดัดแปลงให้เสียเวลาหรอกครับ ลงปกติมันก็มีความแปลกใหม่ในตัวมันเองอยู่แล้ว

วิธีดัดแปลงภาษาอังกฤษนั้น มีเป็นล้าน ๆ วิธีเท่าที่คุณจะจินตนาการได้นั่นแหละครับ ไม่มีการบังคับว่าคุณจะต้องคิดดัดแปลงให้ซับซ้อนมากที่สุด แค่เปลี่ยนง่าย ๆ ก็ทำให้ความรู้สึกขณะอ่านเปลี่ยนไปแล้วครับ

ตัวอย่างเช่นเวทมนตร์ในเกมชื่อดัง เขาเปลี่ยนจากคำต้นฉบับไปนิดเดียวเองครับ คุณอาจเคยได้ยินคำเหล่านี้ Fira Cura Curaga ผมจำได้ไม่หมดแต่เวทมนตร์ในเกมที่กล่าวถึงนั้นส่วนใหญ่จะใช้ชื่อแนว ๆ นี้ ซึ่งคำต้นฉบับก็คือ FireกับCure นั่นเอง

บางครั้งอาจนำภาษาอื่นมาปนกับภาษาอังกฤษด้วยก็ได้ ตัวอย่างที่ยกมานี้เป็นนิยายของผมเอง (ล่มไปแล้ว... เพราะงั้นไม่ได้โฆษณาฟิคแต่อย่างใด) ลองพิจารณาดูนะครับ

...

ชื่อ: มากัส คลอสซัส โซเน็น หรือ Magus Clausus Zonen

ที่มาของชื่อ : Magus Clausus ภาษาLatin หมายถึงMagic Confine แปลว่า จำกัดเวทมนตร์ รวมกับZonen ที่มาจากZone ทำให้หมายถึง เขตจำกัดเวทมนตร์

ผลของเวทมนตร์ : สลายพลังเวทมนตร์ทั้งหมดของบุคคลและวัตถุที่อยู่ในอาณาเขตของเวทมนตร์

(Elite Wizard School, [Magic Library บทที่ 17])

...

การดัดแปลงคำร่ายมนตร์ยังทำได้อีกหลายรูปแบบครับ ตัวอย่างที่ผมพูดถึงแค่เป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น ลองคิดวิธีการดัดแปลงของตัวเองกันดูนะครับ!

ก่อนจะไปข้อต่อไปขอแนะนำเทคนิคหนึ่งก่อน... นั่นคือ หลักการเขียนคำร่าย

คำร่ายเวทมนตร์ที่ปรากฏในแต่ละครั้ง บางเรื่องก็จะมีรูปแบบของคำร่ายชัดเจน เช่น ธาตุ+เป้าหมาย+รูปแบบ เป็นต้น (ถ้าไม่เข้าใจ ให้นึกถึงตอนเรียนรูปประโยคนั่นแหละครับ ประธาน+กริยา+กรรม แต่สำหรับคำร่ายมนตร์จะมีองค์ประกอบต่างออกไป)

รูปแบบของคำร่ายที่เป็นแบบแผนชัดเจน จะสร้างความน่าเชื่อถือแก่ศาสตร์เวทมนตร์ในนิยายเรื่องนั้น ๆ อย่างน้อยคนอ่านก็จะเห็นว่าเราไม่ได้คิดคำร่ายขึ้นมามั่ว ๆ -- รูปแบบของคำร่ายที่ดีจะต้องมีความยืดหยุ่น สามารถดัดแปลงเพิ่มเติมได้ เพราะไม่แน่ว่าต่อไปเราอาจต้องใช้รูปแบบของคำร่ายนี้สร้างเวทมนตร์แปลก ๆ ขึ้นมา (อันที่จริงก็ขึ้นอยู่กับจินตนาการของผู้เขียนด้วยนั่นแหละ ว่าจะคิดเวทมนตร์ออกมาได้ขนาดไหน)

นิยายเรื่องหนึ่งที่ผมพบว่ามีการใช้รูปแบบของคำร่ายตายตัว คือ Angel Boy เด็กชายพันธุ์เทวดา แต่งโดย Black Back ตีพิมพ์โดยสนพ. สยามอินเตอร์ฯ ท้ายเล่มจะมีอธิบายว่ารูปแบบของคำร่ายในนิยายเรื่องนั้นเป็นอย่างไร ถ้าสนใจเชิญไปหามาอ่านกันได้

ตัวอย่างรูปแบบคำร่ายมนตร์ต่อไปนี้ จะยกมาจากด้านบนที่ได้กล่าวไว้ ซึ่งผมคิดว่าเข้าใจได้ง่าย คือ ธาตุ+เป้าหมาย+รูปแบบ

ธาตุ ธาตุของเวทมนตร์ มีได้มากมายเท่าที่จะคิดออก ครั้งนี้ขอยกมาแค่ธาตุที่เห็นกันบ่อย ๆ

...ในที่นี้ใช้ Ingis แทน ไฟ - Aqua แทน น้ำ - Ventus แทน ลม - Solum แทน ดิน

เป้าหมาย เป้าหมายของเวทมนตร์ เป็น เป้าหมายเดี่ยว เป้าหมายกลุ่ม หรือเป้าหมายที่พื้นดิน

...ในที่นี้ใช้ Aurius แทนหนึ่งเป้าหมาย - Denar แทนหลายเป้าหมายที่เป็นศัตรู - Mina แทนหลายเป้าหมายที่เป็นฝ่ายเรา - Terra แทนเป้าหมายที่เป็นผืนดิน

รูปแบบ รูปแบบของเวทมนตร์ โจมตี ป้องกัน รักษา หรืออื่น ๆ อาจเปลี่ยนจาก รูปแบบ เป็น วัตถุ แทนก็ได้ เช่น ดาวตก (สำหรับร่ายมนตร์เรียกดาวตกมาโจมตี) ชื่อสัตว์ (สร้างสัตว์ธาตุนั้น ๆ ออกมา) ชื่ออาวุธ (สร้างอาวุธธาตุนั้น ๆ ออกมาใช้) เป็นต้น

...ในที่นี้ใช้ Strike แทนโจมตี Protect แทนป้องกัน Stand แทนการคงอยู่

การเขียนคำร่าย ก็จะนำคำต่าง ๆ ด้านบนมาเรียงกันเพื่อให้เกิดเป็นเวทมนตร์ ตัวอย่างเช่น

Ignis Aurius Strike อิกนิส ออเรียส สไตรค์

(ไฟ หนึ่งเป้าหมาย โจมตี) เป็นการสร้างไฟขึ้นมาโจมตีเป้าหมายหนึ่งคน

Solum Mina Protect โซลัม มินา โพรเทค

(ดิน หลายเป้าหมายฝ่ายเรา ป้องกัน) เป็นใช้ดินสร้างเกราะป้องกันให้พวกพ้องฝ่ายเรา

Ventus Denar Stand เวนตุส เดนาร์ สแตนด์

(ลม หลายเป้าหมายฝ่ายศัตรู คงอยู่) เป็นการเรียกลมกรรโชกให้หมุนวนรอบศัตรูเพื่อไม่ให้ขยับได้

Aqua Terra Stand อควา เทอร์รา สแตนด์

(น้ำ ผืนดิน คงอยู่) เป็นการเสกให้พื้นดินกลายเป็นบ่อน้ำ

หวังว่าอ่านจบแล้วจะได้ไอเดียในการคิดคำร่ายมนตร์กันไปไม่มากก็น้อยนะครับ ถ้าสงสัยตรงไหนก็ถามได้ หรือต้องการติชมก็ยินดีครับ ถ้าหาส่วนแรกของบทความนี้ไม่เจอก็เชิญที่บลอคในลิงค์ด้านบนหรือด้านล่างสุดของบทความนะครับ (ถ้าหาลิงค์ไม่เจอก็ถามคนที่เอามาลงนะครับว่าเค้าก็อปมาจากเว็บไหน (ล้อเล่น...))

บทความนี้ยังไม่จบนะครับ ครั้งต่อไปซึ่งเป็นบทความส่วนสุดท้ายจะพูดถึงภาษาอื่น ๆ และเทคนิคเพิ่มเติมครับ ถ้าสมองไม่ตันก่อนคงได้เข็นส่วนสุดท้ายออกมาแน่นอนครับ!

Woratana (Blog: http://woratana.exteen.com/)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่า ได้ไอเดียเยอะดีเน้อ
แต่ไหงเราเม้นท์คนแรกไปได้ละเนี่ย
ป.ล. เพิ่งรู้ว่า วอ เก่งลาติน งุงิ

#1 By GuN (203.114.111.194) on 2007-04-22 15:42

น่าสนใจดีครับ
เอาภาษากรีก (โบราณ) กับฮีบรูด้วยก็ดีนะ
สองภาษานี่ข้องแวะกับพวก Inwเจ้า โดยตรงเลย
ดิกฯ มีขายตามคิโนะคุนิยะครับ ยี่ห้อ Collins แต่คิดว่าวอคงจะรู้แล้ว

ว่างๆ สับฟิคสักเล่มสองเล่มบ้างนะ ช่วงนี้ออกมาเพียบเลย
โห สุดยอด อุตส่าห์คิดหลักคำร่ายได้เป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ ข้าน้อยนับถือ
เป็นหลักที่น่าสนใจ น่าลองเอาไปปรับใช้ในนิยายของเรามั่งจังแฮะ

#3 By naranjina on 2007-04-24 21:48

ได้ความรู้ดีครับ ร่ายมนตร์ได้เท่จริงๆ

อ๊ะๆ มีพาดพิงถึงผมด้วย หุๆๆ

แต่การร่ายเวทในแองเจิ้ลบอยเล่ม 3 ผมใช้ อักษรเดี่ยวและอักษรคู่ ของอียิปต์ มาประกอบเป็นเวทมนตร์

#4 By Black back (125.25.207.65) on 2007-04-28 00:44

โอ้ น่าชื่นชม หา!พี่แบล็กมาด้วยหรอคับเนี่ย ผมเป็นแฟนพันธ์แท้ของแองเจิ้ลบอยเลยรู้ป่าว ว่าแต่พี่เล่น m ไหมครับ ถ้าเล่นขอเมลที อยากคุยมานานแล้ว โดยเพาะบอลนะ ผมชอบมาก แล้วก็ตอนนี้ต้นฉบับถึงไหนแล้ว อิอิ

#5 By แชมป์ (58.8.182.183) on 2007-05-30 13:20

ขอบคุณจ้า

#6 By parts (124.157.236.229) on 2009-09-20 23:04

ดีๆ

#7 By ดีๆ (124.157.236.229) on 2009-09-21 18:21

Que

#8 By sera (124.157.236.176) on 2009-10-03 06:18

ขอบคุณค่ะ

#9 By โหลดเพลง (124.157.236.176) on 2009-10-08 02:11

ผมกินมาม่ามาจากญี่ปุ่น - -* (Woratana) View my profile

Recommend

Favourites