บทวิเคราะห์: ความสุขของกะทิ [The Happiness of Kati]

หลายคนคงทราบกันแล้วว่า นวนิยายที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือที่เรียกกันติดปากว่า ซีไรต์ สำหรับปีนี้ (2549) ตกเป็นของ ความสุขของกะทิ โดย งามพรรณ เวชชาชีวะ ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อพ.ศ.2546

หนังสือเล่มบางเล่มนี้ดูภายนอกบางคนอาจคิดว่า บางแค่นี้ได้รางวัลมาได้อย่างไร แต่ถ้าได้เปิดอ่านดูจะต้องเปลี่ยนความคิดอย่างแน่นอน

ผมเองอ่านหนังสือที่เข้ารอบ 10 เล่มสุดท้ายแค่สองเล่ม คือ เขียนฝันด้วยชีวิต ของ ประชาคม ลุนาชัย (ไม่อยากพูดถึงนัก เพราะเล่มที่ซื้อมาตอนท้าย ๆ เล่มมีหน้าขาว ๆ เต็มไปหมด คงเกิดปัญหาขณะพิมพ์ หายไปหลายหน้าทีเดียว ตอนนี้เลยเก็บไว้อยู่ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี) และความสุขของกะทิ ซึ่งความสุขของกะทิซื้อมาหลังจากประกาศผลรางวัลซีไรต์แล้ว

ก่อนจะพูดถึงเนื้อใน จะให้ข้อมูลหนังสือคร่าว ๆ ก่อน

ชื่อ: ความสุขของกะทิ

ผู้ประพันธ์: งามพรรณ เวชชาชีวะ

สำนักพิมพ์: แพรวสำนักพิมพ์

จำนวนหน้า: 120 หน้า

ราคา: 105 บาท (ตอนผมซื้อลดเหลือ 99 บาท)

ขอเตือนสักนิดว่าอาจมีการเปิดเผยเนื้อเรื่องบางส่วน (Spoil) ถ้ายังไม่ได้อ่านและอยากอ่านให้ได้รสชาตินวนิยายมากที่สุดควรหยุดอ่านบท วิเคราะห์นี้เสีย ไว้อ่านหนังสือจบแล้วกลับมาอ่านบทวิเคราะห์ก็ยังไม่สาย...เรื่องย่อ ความสุขของกะทิ...

ความ สุขของกะทิ เป็นเรื่องเกี่ยวกับกะทิ เด็กหญิงวัย 9 ขวบที่ต้องผ่านประสบการณ์การสูญเสียครั้งสำคัญที่สุด เมื่อแม่ต้องจากไปก่อนวัยอันสมควร กะทิได้ผ่านขั้นตอนความสุขและทุกข์ ความผูกพันและการพลัดพราก ความสมหวังและความสูญเสีย ถึงกระนั้น กะทิได้เรียนรู้ว่าความทุกข์จากการสูญเสียไม่อาจพรากความสุขจากความรักและ ความผูกพันของแม่กับเธอได้ เด็กน้อยเติบโตขึ้นจากประสบการณ์นี้ด้วยความเชื่อมั่นและกำลังใจในการดำรง ชีวิตต่อไปจากบุคคลใกล้ชิด ผู้ที่เธอรักและรักเธอ

(ความสุขของกะทิ, หน้า 3)ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้า โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน (ใช้จิตวิญญาณด้วยก็ได้)

รูปเล่ม...

หนังสือ เล่มที่อยู่ในมือผมเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 13 ฉะนั้นปกที่ผมพูดถึงคือปกฉบับพิมพ์ครั้งที่ 13 นะครับ (บอกไว้ก่อน เผื่อมีการเปลี่ยนปก) ผมคิดว่าปกนิยายเล่มนี้สวยดีนะ ดูร่วมสมัย ให้ความรู้สึกสบาย ๆ เข้ากับเนื้อหาในเรื่องดี ผมชอบปกแนวนี้มากกว่าปกแฟนตาซีสีแสบตาตั้งเยอะ (เอ้า! ก็มันคนละแนวกันนี่)...สำนวนภาษา...

เรื่อง นี้บทหนึ่งสั้นนิดเดียวเองครับ คนอ่านคงไม่เบื่อกันก่อนแน่ บางบทยาวแค่หน้ากว่า ๆ อ่านไม่กี่นาทีก็จบ ถึงกระนั้นทุกบททุกย่อหน้าก็ทำหน้าที่ของมันได้ดี อ่านแล้วลื่นไหลไม่รู้สึกติดขัด ภาษาที่ใช้เรียบง่ายแต่สละสลวย เนิบนาบแต่น่าติดตาม แสดงให้เห็นว่านิยายที่ดีไม่จำเป็นต้องใช้ ศัพท์สูง มากนัก

คำโปรยของบท (ผมเรียกอย่างนี้) กระทบใจคนอ่านได้เสมอ สำนวนมีอารมณ์ขันน้อย ๆ บางประโยคทำให้ยิ้มได้ หนังสือเล่มนี้ถ้าอ่านช้า ๆ จะรับรสได้มากกว่าการอ่านผ่าน ๆ ความสวยงามของบ้านในชนบทและธรรมชาติจะซึบซับสู่หัวใจโดยไม่รู้ตัว

...เนื้อเรื่อง...

นิยายเรื่องนี้แบ่งเป็น 3 ช่วงหลัก ๆ คือ

1) ช่วงที่อาศัยอยู่บ้านริมคลอง - ช่วงนี้เนื้อเรื่องจะดำเนินไปแบบสบาย ๆ ให้เราได้รู้จักกะทิในเบื้องต้น ตอนท้ายเริ่มมีปมปัญหาให้ขับคิด เพื่อเชื่อมต่อกับการเดินทางไป บ้านชายทะเล

2) ช่วงที่อาศัยอยู่บ้านชายทะเล - ช่วงต้นถึงกลางความเข้นข้นของเนื้อเรื่องจะพุ่งสูงสุด แล้วค่อย ๆ ลดต่ำลงมา กะทิได้เรียนรู้ว่าความจริงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอสูญเสียคนสำคัญที่สุดในชีวิตไป และถึงเวลาแล้ว...ที่เธอจะต้องตามเก็บความทรงจำที่เหลือของแม่

3) ช่วงที่อาศัยอยู่บ้านกลางเมือง ช่วงสุดท้ายนี้ดำเนินไปอย่างไม่เร่งร้อน แต่ก็แฝงด้วยปมปัญหาที่กะทิต้องสู้กับตัวเอง เธอได้รู้จักพ่อและแม่มากขึ้น เธอได้โอกาสเลือกในการพลิกผันชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ แม่จัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้ก่อนตาย ขึ้นอยู่กับตัวเธอเองว่าจะเลือกทางไหน...

...ความรู้สึกหลังอ่านจบ...

อิ่มใจ ครับ อ่านจบแล้วได้ข้อคิดดี ๆ หลายข้อ ไม่แปลกเลยที่มีสำนักพิมพ์ต่างชาติมาซื้อลิขสิทธิ์ไป ความสุขของกะทิตอนใหม่ (ตามหาพระจันทร์) ออกมาแล้ว ถ้าเป็นไปได้อยากอ่านเล่มสองด้วย แต่ดูจากความหนาและหนังสือที่เหลือจากงานสัปดาห์หนังสือเด็กฯ คงต้องคิดหลายตลบกว่าจะซื้อล่ะครับ

...สรุป...

แนะนำให้หา ความสุขของกะทิ มาอ่านกันครับ ราคาแพงกว่า J-light ไม่กี่บาท แต่คุณภาพต่างกันเยอะ (โดยเฉพาะคุณภาพกระดาษ...) ถ้าทุนทรัพย์ไม่พอก็หาอ่านตามห้องสมุดก็ได้ครับ หรือถ้ารู้ตัวว่าหน้าพอกปูนหนาเตอะแนะนำให้ไปยืนอ่านในร้านเลย :) ยังไงก็หามาอ่านกันให้ได้นะครับ!

แล้วพบกันใหม่ครับ~!

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

อย่างนี้ไม่มีในครอบครอง ไม่ได้แล้ววววว

อิอิ

#1 By on 2006-09-16 22:44

ก้อนะ...เรื่องดีๆ จะม่ายให้เอาปายเขียนได้งัย
แล้วอ่านตอนตามหาพระจันทร์รึยังล่ะ
เราอ่านแล้วนะ
แต่ยังงัยเราก็ชอบเล่มแรกอะ
ยังงัยก็ไปเมนต์ต่อนะ
ว่าชอบเล่มไหน
ดีใจจังเจอคนชอบเรื่อง ความสุขของกะทิ
ชอบมากๆ อ่านแล้วกินใจ เร้าอารมณ์

#3 By เมย์ (202.12.97.119 /10.66.218.2) on 2006-11-09 10:19

#4 By ส้นวส่ส (58.181.179.161) on 2007-01-01 15:42

เราอ่านเเล้วล่ะซึ้งดีน้อ
เราชอบมากเลย

#6 By 555 (203.155.225.62) on 2007-01-29 18:05

บอกว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัว นี่ไม่อายคนอื่นเค้าบ้างรึไง น่าตลก คนอย่างนี้ก้อมีด้วย ลอกคำวิจารณ์ของคนอื่นเค้ามาแล้วบอกว่าเป็น ความคิดเห็นตัวเอง นี่ถ้ามันไม่ใช่คำประกาศของคนตัดสินว่าดีอย่างไรล่ะก้อ ก็ปัญญอ่อนมากเลยนะ เพราะคำพูดเหมือนกันเปะ

#7 By น่าตลก (202.28.27.6 /10.30.7.17) on 2007-02-10 13:21

อยากอ่านมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

#8 By วา (124.157.158.243) on 2007-02-22 17:34

ซึ้ง....น่ะอ่านแล้วคล้อยตาม

#9 By (124.157.236.122 /192.168.1.13) on 2007-05-05 09:05

ไปหาภาคต่อมาอ่านกัน....ตามหาพระจันทร์

#10 By (124.157.236.122 /192.168.1.13) on 2007-05-05 09:06

#11 By หนูทิ (125.26.35.254 /192.168.0.45) on 2007-06-21 14:12

เป็นหนังสือที่ดีมากกกกก อยากให้ทุกคนลองอ่านซื้อมารับรองคุ้มมมมมม

#12 By หนูทิ (125.26.35.254 /192.168.0.45) on 2007-06-21 14:17

#13 By บี (58.9.164.41) on 2007-06-30 16:40

ความจริงป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือเลย

แล้ว...จำเป็นต้องอ่านเพราะ อาจารย์

ให้อ่าน แล้วจะต้องเอาไปทำรายงาน

แต่พอมาอ่านเรื่องความสุขของกะทิแล้ว

รู้สึกสนุก...ไม่น่าชื่อว่ามชักเริ่มชอบ

หนังสือเรื่องนี้เข้าแล้วสิ

55+

แอบฮาเล็กๆตอนที่ตากวนยาย

#14 By น๊าม (124.121.93.60) on 2007-07-29 18:58

เราต้องทำรายงานส่องอาจารย์ด้วยอ่ะ แต่ยังไม่ได้อ่านเลยซื้อมาแล้วอยู่ที่บ้านช่วยส่งมาให้ที่E-mail ได้ไหมค่ะ poynoon@hotmsil.com

มีเว็บหาเพื่อนด้วยขอแนะนำwww.12frenz.com

#15 By พลอย (202.93.63.254 /192.168.1.37) on 2007-09-13 15:55

พิมพ์ผิด poynoon@hotmail.com
day13/9

#16 By ploy (202.93.63.254 /192.168.1.37) on 2007-09-13 15:56

อยากได้เรื่องย่อทั้งเรื่องได้ไหมค่ะเพราะไม่รู้ว่าจะเขียนส่งอาจารย์ยังช่วยส่งมาให้ได้ไหมค่ะทีpoynoon@hotmail.com

#17 By พลอย (202.93.63.254 /192.168.1.28) on 2007-09-20 12:38

อ่านแล้วค่ะ ซึ้งใจมากๆเลย เพลิดเพลินอีกตะหาก เข้าใจถึงตัวของกะทิเองเลยเวลาที่ต้องสูญเสียแม่ไปแต่เธอก็ยังมียายและตาที่รักเธออีก จึงเป็นความสูญเสียที่อย่างน้อยเธอก็ยังมีคนค่อยให้กำลังใจ คอยห่วงใยอยู่อีกหลายคน รวมทั้งตัวน้าของเธอด้วย แต่สงสัยอยู่อย่างหนึ่งค่ะ ตัวพ่อของกะทิทำไมไม่มีการพาดพิงถึงเท่าไรเลยค่ะ รู้แค่ว่าเป็นคนต่างชาติ ต่างภาษา กะทิก็ต้องเป็นลูกครึ่งป่าวใช่ไหมค่ะ

#18 By (125.25.158.95) on 2007-09-21 02:06

เรื่องนี้เป็นเรื่องแรก และอาจจะเป็นเรื่องเดียว ที่ไม่ใช่นิยายแฟนตาซี แต่ผมชอบมาก ให้ข้อคิดดีมากๆ ครับ

ภาคสองก็ดีนะครับ ><

#19 By ponrawee (202.183.204.119) on 2007-10-24 10:06

อือจะว่าไปก็ดีนะ

#20 By โยเกริ์ต (202.44.135.35) on 2007-11-06 17:31

มีเนื่อหา สาระ มากเลย ครับ ขอบคุณมากเลย นะครับ ขอบ คุณอย่างสูงเลย งิ


/gg

#21 By jetf (125.25.169.66) on 2008-01-02 21:01

อ่านแล้วแบบว่าน่ะซึ่งมากๆๆเลย
หากใครที่ยังไม่ได้อ่าน ควรหามาอ่านบ้างน่ะ

#22 By pobpo!! (118.172.123.237) on 2008-02-08 16:04

ชอบเหมือนกันค่ะ แต่ไม่มีเงินไปซื้อ บ้านอยู่หลังเขาน่ะค่ะ ห้องสมุดก็มีแต่หนังสือพิมพ์เก่าๆ แต่ก็ได้หาอ่านตามอินเตอร์เน็ตนี่เเหละค่ะ

#23 By เด็กหญิง สายบัว (61.7.174.85) on 2008-02-09 09:54

เหนื่อยเหมือนกันอะ เพราะเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือแล้วยังต้องมาอ่านเรื่องนี้อีกเพราะว่าครูไห้อ่านแล้วทำรายงานส่ง กะว่าจะหาเรื่องสั้นเกี่ยวกับเรืท่องความสุขของกะทิ แต่ในเวปไม่มีเลย แถมเนตที่บ้านก็ช้ามาก งานก้เยอะ จะจบแล้วโว้ย งานเยอะมาก ช่วยที ช่วยทำไห้หน่อยสิ จะขอบพระคุณอย่างสูงเลย

#24 By ++ (203.113.61.5) on 2008-02-14 18:15

hjhjjjjjwink

#25 By jh (202.152.167.130) on 2008-02-19 13:47

อ่านแล้วซึ้งมากเลยค่ะ

#26 By tttt (117.47.21.246) on 2008-08-30 21:37

ก้อดีอ่ะ อิอิ

#27 By ไก่ (158.108.152.171) on 2008-09-01 16:17

มันสั่นอารมง่า

#28 By (58.64.101.127) on 2008-09-27 14:22

ก้อชอบนะ เพราะอ่านแล้วได้อารมณ์มั่กมากอย่างกับเราอยู่ในเหตุการณ์ด้วยcry เดี๋ยวต้องอ่านเล่มสองให้ได้ tongue

#29 By นู๋KHIM (202.149.24.129) on 2008-10-23 14:18

ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีหนังสือดีๆแบบนี้ให้อ่านwink wink wink wink wink wink

#30 By ADISA (202.149.24.161) on 2008-10-23 14:23

ฮือๆๆๆๆๆๆซึ้งอ่ะ

#31 By น้องริม (202.149.24.161) on 2008-10-23 14:27

#32 By (125.26.165.11) on 2008-11-16 09:46

เล่มแรกหน้าปกเป็นยังไงค่ะ พอดีเห็นหลายเล่มมาก

จะซื้อมาทั้งอ่านแล้วก้อทำงานด้วยค่ะ

#33 By ploy (203.118.124.118) on 2008-11-17 18:00

พี่น่ารักมากค่ะ สู้ๆนะพี่พลอย

#34 By น้องพี่พลอย (125.26.71.224) on 2009-01-06 17:44

#35 By น้อ (202.149.24.161) on 2009-01-09 17:13

อย่างนี้ต้องมีไว้ครอบครอง wink

#36 By น้องพลอย (202.149.24.161) on 2009-01-09 17:14

ชอบมาก

สนุกมาก

มีสาระมาก

ดีใจจัง

ที่คนไทยเขียน

(อยากให้มีเรื่องแบบนี้ออกมาอีก)


big smile big smile big smile


ชอบๆๆๆๆๆๆๆ

#37 By คนไทย (125.24.245.124) on 2009-01-10 18:59

เดกกดฟ

#38 By เเ (125.25.50.19) on 2009-01-17 12:23

ความสุข

#39 By (203.172.216.25) on 2009-01-19 14:08

open-mounthed smileทำอะไรอยู่

#40 By (203.172.216.25) on 2009-01-19 14:16

#41 By มิ้ว (203.172.216.25) on 2009-01-19 14:20

#42 By (58.10.87.43) on 2009-01-22 16:59

สุดยอด

#43 By (124.120.141.26) on 2009-02-17 23:51

จะเอาเรื่องย่อ ไม่ใช่มาสรุป ซะ ไม่เหลือ เนื้อเรื่องเลย
แล้งจะเขียนว่า เรื่องย่อทำไมน้าาาาาาาาาา
sad smile sad smile sad smile sad smile

#44 By อยากได้เนื้อเรื่องจัง... (124.122.169.19) on 2009-04-22 16:36

อยากได้บทวิเคราะห์ฉากความสุขของกะทิค่ะช่วยทำให้หน่อยได้ไหมค่ะsurprised smile

#45 By วิว (202.149.25.225) on 2009-06-13 15:55

#46 By สมฤทัย (203.172.245.34) on 2009-07-21 15:31

#47 By สมฤทัย (203.172.245.34) on 2009-07-21 15:31

โกะ ๆๆๆ สะ ตอร ส์ //*

#48 By pond (202.129.36.215) on 2009-07-24 12:35

tongue

#49 By (125.26.25.20) on 2009-07-25 16:55

#50 By (124.157.237.243) on 2009-08-10 14:57

ผมกินมาม่ามาจากญี่ปุ่น - -* (Woratana) View my profile

Recommend

Favourites